ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
คู่มือรัฐวิกตอเรีย ออสเตรเลียสำหรับนักเดินทางไทยสายโรงแรมพรีเมียม แนะนำย่านพักในเมลเบิร์น Great Ocean Road และ Yarra Valley พร้อมช่วงราคา เวลาเดินทาง และเคล็ดลับเลือกโรงแรมหรูให้ตรงสไตล์

รัฐวิกตอเรีย ออสเตรเลียสำหรับนักเดินทางไทยสายโรงแรมพรีเมียม

ภาพรวมรัฐวิกตอเรีย ออสเตรเลียสำหรับนักเดินทางไทยสายโรงแรมพรีเมียม

เมืองเมลเบิร์นที่พิกัดราว 37.8136° ใต้ 144.9631° ต้อนรับคุณด้วยสกายไลน์ริมแม่น้ำ Yarra และย่านศิลปะที่มีชีวิตทั้งกลางวันและกลางคืน ต่างจากซิดนีย์ที่เน้นอ่าวและชายหาด เมลเบิร์นในรัฐวิกตอเรียให้บรรยากาศมหานครที่เน้นวัฒนธรรม คาเฟ่ และดีไซน์โรงแรมที่คิดมาดีเป็นพิเศษ. สำหรับนักเดินทางจากไทยที่คุ้นกับกรุงเทพฯ เมืองนี้ให้ความรู้สึกคล้ายย่านสาทรผสมอารีย์ แต่ขยายสเกลออกไปทั้งเมือง.

พื้นที่รัฐวิกตอเรียกว้างราว 227,600 ตารางกิโลเมตร แต่การท่องเที่ยวจริงของคุณมักกระจุกตัวอยู่ในสามโซนหลัก คือ เมลเบิร์น ชายฝั่ง Great Ocean Road และแหล่งไวน์ใกล้เมือง เช่น Yarra Valley. แต่ละโซนมีสไตล์โรงแรมต่างกันชัดเจน ตั้งแต่สกายไฮในย่านธุรกิจ ไปจนถึงรีสอร์ตริมหน้าผามองทะเลแบบไร้สิ่งกีดขวาง. การเลือกว่าจะปักหลักในเมืองหรือแบ่งคืนไปนอนต่างจังหวัด จึงเป็นคำถามแรกที่ควรถามตัวเองก่อนจอง.

สำหรับนักเดินทางไทยที่มองหาที่พักระดับลักซ์ชัวรี ดินแดนตอนใต้ของออสเตรเลียแห่งนี้ตอบโจทย์เรื่องความหลากหลายมากกว่าปริมาณ. คุณจะไม่เจอรีสอร์ตขนาดยักษ์เรียงกันแบบภูเก็ต แต่จะพบโรงแรมเมืองที่เน้นดีไซน์ รายละเอียดงานบริการ และการเข้าถึงประสบการณ์ท้องถิ่น เช่น บาร์ไวน์เล็กๆ บนถนน Flinders Lane หรือร้านกาแฟพิเศษในตรอก Degraves Street ที่เดินจากโรงแรมได้ในไม่กี่นาที. เหมาะกับคนที่อยากใช้โรงแรมเป็นฐานสำรวจเมือง มากกว่าขังตัวเองอยู่ในรีสอร์ตทั้งวัน.

เมลเบิร์น : เมืองหลวงของวิกตอเรียที่เหมาะกับการพักโรงแรมหรูแบบเมืองใหญ่

รถรางสีเขียวที่วิ่งวนรอบย่าน CBD คือภาพจำแรกของเมลเบิร์น และเป็นสัญญาณว่าคุณมาถึงหัวใจของรัฐวิกตอเรียแล้ว. โรงแรมระดับพรีเมียมส่วนใหญ่กระจุกตัวตามแนว Collins Street, Flinders Street และรอบๆ Federation Square ทำให้การเดินไปแกลเลอรี ร้านอาหาร หรือโรงละครใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที. ใครที่ชอบเดินเล่นในเมืองจะรู้สึกว่าทุกอย่างอยู่ในระยะเท้า ไม่ต่างจากพักแถวสยามหรือชิดลม แต่บรรยากาศเป็นยุโรปผสมออสเตรเลีย.

ตัวอย่างที่พักหรูในย่านใจกลางเมือง เช่น Grand Hyatt Melbourne บน Collins Street (ช่วงราคาโดยทั่วไปราว 9,000–15,000 บาทต่อคืนขึ้นกับฤดูกาล อ้างอิงจากเรตเฉลี่ยในเว็บไซต์จองโรงแรมหลัก) หรือ The Langham, Melbourne ฝั่ง Southbank ที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวแม่น้ำ Yarra และบริการแบบคลาสสิก. นักเดินทางที่ชอบสไตล์ร่วมสมัยอาจมองหาโรงแรมดีไซน์อย่าง QT Melbourne หรือ W Melbourne ซึ่งเน้นงานศิลปะและบาร์บนดาดฟ้าเป็นพิเศษ.

ย่าน Southbank ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ Yarra เป็นอีกโซนที่ควรพิจารณา โดยเฉพาะถ้าคุณชอบวิวเมืองและต้องการอยู่ใกล้โรงละครและแกลเลอรีหลักของรัฐวิกตอเรีย. โรงแรมริมแม่น้ำมักให้ห้องพักที่มองเห็นทั้งเมืองและแม่น้ำพร้อมกัน เหมาะกับนักเดินทางที่อยากกลับมานั่งจิบไวน์ในห้องหลังมื้อค่ำ. ถ้าคุณคุ้นกับการพักริมเจ้าพระยาฝั่งเจริญกรุง บรรยากาศที่นี่ให้ความรู้สึกคล้ายกัน แต่เดินข้ามสะพานไม่กี่นาทีก็ถึงย่านช้อปปิ้ง.

สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับการเดินทางต่อไปยังชายฝั่งหรือแหล่งไวน์ การเลือกพักใกล้สถานี Southern Cross หรือย่าน Docklands ทำให้การขึ้นรถไฟหรือรถโค้ชออกนอกเมืองสะดวกขึ้นมาก. จากสถานีนี้ใช้เวลาขับรถราว 1.5–2 ชั่วโมงก็เริ่มเข้าสู่เมืองชายฝั่งอย่าง Torquay หรือ Lorne ซึ่งเป็นประตูสู่ Great Ocean Road (ระยะเวลาอ้างอิงจาก Google Maps ในสภาพจราจรปกติ). เมืองนี้จึงเหมาะกับนักเดินทางไทยที่ชอบทริปหลายบรรยากาศในครั้งเดียว และต้องการใช้โรงแรมในเมลเบิร์นเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางต่อ.

Great Ocean Road และ Twelve Apostles : เลือกพักแบบไหนริมชายฝั่งวิกตอเรีย

เสียงคลื่นกระทบหน้าผาหินปูนแถว Twelve Apostles คือเหตุผลที่หลายคนบินมารัฐวิกตอเรียตั้งแต่แรก. เส้นทาง Great Ocean Road ยาวกว่า 240 กิโลเมตรเลียบชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ ให้วิวทะเลแบบพาโนรามาแทบตลอดทาง. สำหรับนักเดินทางไทยที่ชินกับทะเลอันดามัน ที่นี่ให้ความรู้สึกต่างออกไปอย่างชัดเจน ; น้ำทะเลสีฟ้าเข้ม ลมแรง และหน้าผาสูงชันแทนหาดทรายยาว.

ตัวเลือกที่พักพรีเมียมตามแนว Great Ocean Road มักเป็นรีสอร์ตขนาดไม่ใหญ่ ตั้งอยู่บนเนินหรือริมหน้าผาในเมืองเล็กๆ อย่าง Lorne, Apollo Bay หรือ Port Campbell. ตัวอย่างเช่น Cumberland Lorne Resort หรือ RACV Torquay Resort ที่เน้นห้องพักกว้างและวิวทะเล ส่วนใน Apollo Bay จะมีบูทีคโฮเทลและวิลล่าริมเนินเขาที่ราคาโดยทั่วไปอยู่ราว 6,000–12,000 บาทต่อคืนในช่วงไฮซีซัน (อิงจากราคาเฉลี่ยในแพลตฟอร์มจองยอดนิยม). จุดต่างจากรีสอร์ตทะเลในไทยคือบรรยากาศที่เงียบกว่า และการออกแบบที่เน้นรับวิวมากกว่าสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย.

อย่างไรก็ตาม การพักริมชายฝั่งหมายถึงคุณจะอยู่ห่างจากเมืองใหญ่และร้านอาหารตัวเลือกเยอะๆ พอสมควร. จากเมลเบิร์นไปยัง Twelve Apostles ใช้เวลาขับรถประมาณ 4–5 ชั่วโมงต่อเที่ยว ถ้ารวมจุดแวะชมวิวระหว่างทางตามแผนที่ท่องเที่ยวของรัฐวิกตอเรีย. นักเดินทางที่ชอบความสะดวกแบบกรุงเทพฯ อาจรู้สึกว่าควรแบ่งคืนพักในเมลเบิร์นมากกว่า แล้วทำ Great Ocean Road แบบค้างหนึ่งคืนหรือไปเช้าเย็นกลับกับทัวร์ที่ออกจากตัวเมือง. ในทางกลับกัน ถ้าคุณมองหาความเงียบและอากาศเย็นสบายริมทะเล ชายฝั่งวิกตอเรียในโซนนี้ให้ประสบการณ์ที่ต่างจากหัวหินหรือเขาหลักอย่างสิ้นเชิง.

แหล่งไวน์และชนบทใกล้เมลเบิร์น : Yarra Valley และภูมิประเทศที่เปลี่ยนไป

หมอกเช้าลอยเหนือไร่องุ่นใน Yarra Valley ห่างจากเมลเบิร์นราว 60–70 กิโลเมตร คือภาพที่ทำให้หลายคนยอมเพิ่มคืนที่พักในรัฐวิกตอเรีย. โซนนี้เหมาะกับนักเดินทางไทยที่ชอบเชียงใหม่หรือเขาใหญ่ แต่ต้องการเวอร์ชันต่างประเทศที่เน้นไวน์และอาหารท้องถิ่น. โรงแรมและรีสอร์ตมักตั้งอยู่ท่ามกลางไร่องุ่นหรือเนินเขาโล่ง ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและใกล้ชิดธรรมชาติ.

การเลือกพักในแหล่งไวน์ของวิกตอเรียมีข้อดีชัดเจนสำหรับสายกินดื่ม ; คุณสามารถใช้ทั้งวันไปกับการชิมไวน์ เทสติ้งเมนู และเดินเล่นในไร่องุ่น ก่อนกลับมาพักในห้องที่มองเห็นวิวไร่องุ่นยาวไปถึงขอบฟ้า. ตัวอย่างที่พักยอดนิยม เช่น Chateau Yering Hotel หรือ Balgownie Estate Yarra Valley ที่มักมีแพ็กเกจรวมดินเนอร์และทัวร์ชิมไวน์ โดยช่วงราคาโดยทั่วไปอยู่ราว 7,000–14,000 บาทต่อคืน (อ้างอิงจากราคาเฉลี่ยในฤดูกาลท่องเที่ยว). แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือคุณจะห่างจากความคึกคักของเมือง ร้านกาแฟ และพิพิธภัณฑ์ในเมลเบิร์น ทริปที่เน้นแหล่งไวน์จึงเหมาะกับคู่รักหรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการจังหวะช้าลงอย่างตั้งใจ.

สำหรับคนที่มีเวลาจำกัด การแบ่งคืนแบบ 2 คืนในเมลเบิร์น 1 คืนใน Yarra Valley เป็นจังหวะที่สมดุล. คุณจะได้สัมผัสทั้งเมืองใหญ่ของรัฐวิกตอเรียและชนบทโดยไม่ต้องย้ายโรงแรมหลายรอบ. ถ้าคุณเดินทางจากไทยและคุ้นกับการขับรถต่างประเทศอยู่แล้ว การเช่ารถออกจากเมือง (ใช้เวลาขับราว 1–1.5 ชั่วโมงจาก CBD ถึงแหล่งไวน์หลักตามแผนที่นำทางออนไลน์) จะทำให้การไปกลับยืดหยุ่นขึ้นมาก แต่ถ้าไม่ถนัด การเลือกโรงแรมที่มีบริการรับส่งจากเมืองหรือจองทัวร์วันเดียวจากเมลเบิร์นก็เป็นตัวเลือกที่ควรตรวจสอบก่อนจอง.

ประวัติ เมือง และวัฒนธรรม : ทำไมวิกตอเรียจึงเหมาะกับนักเดินทางที่ชอบเรื่องเล่า

ปี 1851 คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้วิกตอเรียกลายเป็นอาณานิคมแยกจากส่วนอื่นของออสเตรเลีย เพื่อตอบรับการเติบโตอย่างรวดเร็วจากยุคตื่นทอง. เมืองเมลเบิร์นที่ก่อตั้งในปี 1835 เติบโตจากชุมชนเล็กๆ ริมแม่น้ำ Yarra สู่เมืองใหญ่ที่วันนี้มีประชากรรวมทั้งรัฐมากกว่าหกล้านคน (ตามข้อมูลสำมะโนประชากรของออสเตรเลีย). สำหรับนักเดินทางไทยที่ชอบเดินเล่นย่านเมืองเก่าในกรุงเทพฯ การเดินตามตรอกเลนในย่านระหว่าง Flinders Street กับ Bourke Street จะทำให้เห็นชั้นของประวัติศาสตร์ซ้อนกับกราฟฟิตีและคาเฟ่ยุคใหม่.

รัฐทางตอนใต้แห่งนี้ยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ผลักดันแนวคิดชั่วโมงทำงานแปดชั่วโมงตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 19 ซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมการใช้ชีวิตที่ให้ความสำคัญกับเวลาส่วนตัว. คุณจะสัมผัสสิ่งนี้ได้จากจังหวะชีวิตในเมลเบิร์น ; ร้านกาแฟที่คนท้องถิ่นนั่งอ่านหนังสือบนถนน Little Collins ในเช้าวันธรรมดา หรือสวนสาธารณะอย่าง Carlton Gardens ที่คนออกมาปิกนิกหลังเลิกงาน. เมืองนี้จึงเหมาะกับนักเดินทางที่ไม่ได้ต้องการแค่แลนด์มาร์ก แต่สนใจวิธีที่ผู้คนใช้ชีวิตจริง.

สำหรับสายโรงแรมพรีเมียม เรื่องเล่านี้แปลออกมาเป็นดีไซน์และบริการที่อ้างอิงประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของรัฐวิกตอเรียอย่างชัดเจน. คุณจะพบอาคารเก่าบนถนน Spring Street ที่ถูกปรับเป็นที่พักหรู โดยยังเก็บรายละเอียดสถาปัตยกรรมวิกตอเรียนไว้ หรือโรงแรมร่วมสมัยที่ใช้ศิลปะของศิลปินท้องถิ่นประดับโถงล็อบบี้. ถ้าคุณให้ความสำคัญกับบริบทของที่พักมากกว่าความหรูหราอย่างเดียว เมลเบิร์นและเมืองรอบๆ ในวิกตอเรียคือสนามให้คุณสำรวจ.

วิธีเลือกย่านและสไตล์โรงแรมในวิกตอเรียให้ตรงกับสไตล์นักเดินทางไทย

การเลือกย่านพักในรัฐวิกตอเรีย ออสเตรเลียควรเริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า “คุณอยากตื่นมาเห็นอะไรจากหน้าต่างห้อง”. ถ้าคำตอบคือสกายไลน์เมืองและชีวิตคนทำงาน เมลเบิร์นย่าน CBD หรือ Southbank คือคำตอบ. ถ้าคุณอยากเห็นทะเลและหน้าผา Great Ocean Road เหมาะกว่า. ส่วนคนที่อยากตื่นมาเจอไร่องุ่นและหมอกเช้า แหล่งไวน์อย่าง Yarra Valley คือจุดหมายที่ควรจอง.

เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจ ลองมองภาพรวมแบบสั้นๆ ดังนี้ :

  • สายเมืองและช้อปปิ้ง : เลือกพักย่าน CBD รอบ Collins / Bourke / Flinders Street
  • สายวิวแม่น้ำและโรงละคร : เลือก Southbank หรือฝั่งใกล้ Federation Square
  • สายทะเลและถนนเลียบหน้าผา : กระจายคืนพักตามเมือง Torquay, Lorne, Apollo Bay หรือ Port Campbell
  • สายไวน์และชนบท : ปักหลักใน Yarra Valley หรือแหล่งไวน์ใกล้เคียง

นักเดินทางจากไทยที่คุ้นกับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าอาจชอบเมลเบิร์นเป็นพิเศษ เพราะระบบรถรางและรถไฟในเมืองทำให้การเดินทางจากโรงแรมไปย่านต่างๆ อย่าง Fitzroy หรือ St Kilda ง่ายและเป็นระบบ. ในทางกลับกัน ถ้าคุณตั้งใจจะขับรถเที่ยวชายฝั่งหรือชนบท การเลือกโรงแรมที่มีที่จอดรถสะดวกและเข้าถึงถนนสายหลักได้ง่ายจะสำคัญกว่าอยู่ใกล้สถานีรถราง. จุดนี้คือรายละเอียดที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจจอง.

สุดท้ายคือเรื่องจังหวะทริป. ถ้าคุณมีเวลา 4–5 คืนในรัฐวิกตอเรีย การแบ่งคืนแบบ 3 คืนในเมลเบิร์น 1 คืนริมชายฝั่ง หรือ 1 คืนในแหล่งไวน์ จะทำให้ได้ภาพรวมของรัฐโดยไม่รู้สึกเร่ง. แต่ถ้าคุณมีเวลาเพียง 3 คืน การปักหลักในเมลเบิร์นแล้วทำทริปหนึ่งวันออกนอกเมืองอาจเหมาะกว่า. การเลือกโรงแรมจึงไม่ใช่แค่เรื่องห้องสวย แต่คือการออกแบบจังหวะการเดินทางทั้งหมดของคุณในวิกตอเรีย.

สิ่งที่ควรคาดหวังและตรวจสอบก่อนจองโรงแรมในวิกตอเรียจากมุมมองนักเดินทางไทย

สภาพอากาศของรัฐวิกตอเรีย ออสเตรเลียเปลี่ยนเร็วและชัดเจนกว่าหลายเมืองในไทย ; วันเดียวอาจเจอทั้งแดดจัด ลมแรง และฝนโปรย. การเลือกโรงแรมที่มีพื้นที่ในร่มให้นั่งเล่น เช่น เลานจ์หรือบาร์ในอาคาร จึงสำคัญกว่าที่เราคุ้นเคยในทะเลไทย. โดยเฉพาะในเมลเบิร์นที่ลมริมแม่น้ำ Yarra อาจแรงกว่าที่คิด การมีมุมในโรงแรมให้นั่งดูวิวเมืองจากในอาคารคือข้อได้เปรียบ.

อีกประเด็นคือระยะทางจริงระหว่างโรงแรมกับสถานที่ที่คุณอยากไป. บางที่พักในรัฐวิกตอเรียใช้คำว่า “ใกล้เมือง” หรือ “ใกล้ชายฝั่ง” แต่ในบริบทออสเตรเลีย ระยะ 10–15 กิโลเมตรถือว่าใกล้แล้ว. สำหรับนักเดินทางไทยที่ชินกับการนั่งแท็กซี่ 10 นาทีจากสยามไปสุขุมวิท การตรวจดูแผนที่จริงก่อนจองจะช่วยให้คุณเข้าใจว่าต้องใช้เวลาบนถนนเท่าไรในแต่ละวัน. การเปิดแผนที่ออนไลน์แล้วปักหมุดโรงแรม เทียบกับย่านที่อยากไป เช่น CBD, Southbank, St Kilda, Torquay หรือ Yarra Glen จะช่วยให้เห็นภาพมากขึ้น.

สุดท้ายคือการเลือกสไตล์ประสบการณ์. ถ้าคุณต้องการใช้โรงแรมเป็นฐานสำรวจเมือง รัฐวิกตอเรียในโซนเมลเบิร์นจะตอบโจทย์ที่สุด. แต่ถ้าคุณอยากให้ที่พักเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ เช่น ห้องที่มองเห็น Twelve Apostles จากระยะไม่ไกล หรือรีสอร์ตกลางไร่องุ่น การยอมออกห่างจากเมืองและเลือกระยะทางที่ไกลขึ้นเล็กน้อยจะคุ้มค่า. การชั่งน้ำหนักระหว่างความสะดวกและความพิเศษของโลเคชัน คือกุญแจในการเลือกโรงแรมที่ใช่สำหรับทริปนี้.

รัฐวิกตอเรีย ออสเตรเลียเหมาะกับนักเดินทางแบบไหนมากที่สุด ?

รัฐวิกตอเรียเหมาะกับนักเดินทางไทยที่ชอบเมืองใหญ่มีวัฒนธรรมเข้มข้น ชอบเดินเล่นย่านคาเฟ่และแกลเลอรี แต่ก็อยากมีตัวเลือกหนีไปทะเลหน้าผาหรือไร่องุ่นภายในระยะขับรถไม่กี่ชั่วโมง. ถ้าคุณให้ความสำคัญกับดีไซน์โรงแรม บริบทของย่าน และประสบการณ์รอบที่พักมากกว่าสิ่งอำนวยความสะดวกแบบรีสอร์ตขนาดใหญ่ วิกตอเรีย ออสเตรเลียคือจุดหมายที่ตอบโจทย์.

ควรพักกี่คืนในเมลเบิร์นก่อนออกไปเที่ยวชายฝั่งหรือแหล่งไวน์ ?

สำหรับทริปแรก 2–3 คืนในเมลเบิร์นถือว่าเหมาะสมก่อนออกไป Great Ocean Road หรือ Yarra Valley เพราะคุณจะมีเวลาสำรวจย่านหลักอย่าง CBD, Southbank และตรอกเลนศิลปะในเมือง พร้อมปรับตัวกับเวลาและอากาศ. จากนั้นค่อยเพิ่ม 1–2 คืนในชายฝั่งหรือแหล่งไวน์ตามสไตล์ที่ชอบ.

ควรเลือกพักริม Great Ocean Road หรือทำแบบไปเช้าเย็นกลับจากเมลเบิร์น ?

ถ้าคุณให้ความสำคัญกับการชมพระอาทิตย์ตกและบรรยากาศทะเลเงียบๆ การค้างคืนริม Great Ocean Road จะให้ประสบการณ์ที่ลึกกว่า เพราะไม่ต้องรีบขับรถกลับเมือง. แต่ถ้าคุณมีเวลาในรัฐวิกตอเรีย ออสเตรเลียจำกัด หรือไม่ถนัดขับรถทางไกล การเลือกทริปหนึ่งวันจากเมลเบิร์นแล้วปักหลักพักในเมืองอาจเหมาะกว่า.

แหล่งไวน์ใกล้เมลเบิร์นอย่าง Yarra Valley เหมาะกับครอบครัวหรือไม่ ?

Yarra Valley เหมาะกับทั้งคู่รักและครอบครัวที่ชอบบรรยากาศชนบทเย็นสบาย เพราะนอกจากไวน์แล้วยังมีธรรมชาติเปิดโล่งและกิจกรรมกลางแจ้ง. อย่างไรก็ตาม โรงแรมและรีสอร์ตบางแห่งในรัฐวิกตอเรีย ออสเตรเลียอาจโฟกัสกลุ่มผู้ใหญ่เป็นหลัก จึงควรตรวจสอบว่าสถานที่นั้นมีสิ่งอำนวยความสะดวกหรือกิจกรรมสำหรับเด็กหรือไม่ก่อนจอง.

ควรเลือกพักย่านไหนในเมลเบิร์นถ้าอยากเดินเที่ยวเป็นหลัก ?

ถ้าคุณชอบเดิน เมืองเมลเบิร์นในรัฐวิกตอเรีย ออสเตรเลียเหมาะที่สุดในย่าน CBD รอบถนน Collins, Bourke และ Flinders เพราะสามารถเดินไปยัง Federation Square, ริมแม่น้ำ Yarra และตรอกเลนศิลปะได้ง่าย. ย่าน Southbank ก็เป็นตัวเลือกที่ดีถ้าคุณอยากได้วิวแม่น้ำและยังเดินข้ามสะพานเข้าสู่ตัวเมืองได้ภายในไม่กี่นาที.

เผยแพร่เมื่อ   •   อัปเดตเมื่อ