แนะนำโรงแรมหลัวหู เซินเจิ้น (Luohu Shenzhen hotels) ทำเลใกล้ด่าน Luo Hu Port และสถานี Luohu พร้อมตัวอย่างที่พัก ระยะเดินจริง การเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน และเคล็ดลับเลือกโซนพักสำหรับนักเดินทางไทย

โรงแรมหลัวหู เซินเจิ้น (Luohu Shenzhen Hotels) ทำเลใกล้ด่านพรมแดนและช้อปปิ้งสำหรับคนไทย

หลัวหู เซินเจิ้น : ทำเลแรกที่นักเดินทางจากไทยต้องมองหา

ก้าวลงจากรถไฟที่สถานี Luohu หรือออกจากด่านพรมแดน Luo Hu Port จากฝั่งฮ่องกง คุณจะพบว่าพื้นที่หลัวหูคือ “ประตูเมือง” ของเซินเจิ้นอย่างแท้จริง และเป็นจุดที่โรงแรมระดับพรีเมียมกระจุกตัวหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองนี้. สำหรับนักเดินทางจากไทยที่คุ้นเคยกับการข้ามแดนแม่สาย–ท่าขี้เหล็ก บรรยากาศที่นี่ให้ความรู้สึกคล้ายกัน แต่ในสเกลเมืองใหญ่และทันสมัยกว่ามาก.

โรงแรมในย่านนี้ที่มักถูกค้นหาภายใต้คำว่า hotel shenzhen luohu หรือ Luohu hotels มักตั้งอยู่ในรัศมีไม่กี่ร้อยเมตรจากด่านพรมแดนและสถานีรถไฟ ทำให้การเดินทางต่อไปกวางโจวหรือกลับฮ่องกงเป็นเรื่องง่ายแบบไม่ต้องเผื่อเวลามาก. จากแผนที่อย่างเป็นทางการของ Shenzhen Metro และแผนผังด่าน Luo Hu Port (อ้างอิงข้อมูลปี 2024) โรงแรมส่วนใหญ่ในโซน Renmin South Road อยู่ห่างจากทางออกสถานี Luohu ประมาณ 300–600 เมตร หรือใช้เวลาเดินเฉลี่ย 5–10 นาที ขึ้นอยู่กับสัมภาระและความหนาแน่นของคน.

ข้อดีอีกอย่างของการพักในหลัวหูคือความชัดเจนของฟังก์ชันพื้นที่ : ที่นี่คือโซนขนส่งและช้อปปิ้ง ไม่ใช่ย่านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบลึกซึ้ง. ถ้าคุณต้องการฐานที่มั่นสำหรับคืนแรกหลังข้ามแดน หรือคืนสุดท้ายก่อนกลับฮ่องกง หลัวหูตอบโจทย์มาก แต่ถ้าต้องการบรรยากาศเดินเล่นสบาย ๆ ริมอ่าวหรือคาเฟ่ดีไซน์จัดเต็ม ย่านอื่นของเซินเจิ้นอาจเหมาะกว่า. การดูแผนที่ออนไลน์ควบคู่กับรีวิวโรงแรมจากแพลตฟอร์มจองที่เชื่อถือได้จะช่วยให้คุณเห็นภาพระยะจริงระหว่างด่านกับที่พักได้ชัดเจนขึ้น.

ภาพรวมย่านหลัวหู : จากด่านพรมแดนถึงห้างใหญ่ในระยะเดิน

จากประตูด่าน Luo Hu Port เดินไม่ถึง 5 นาที (ประมาณ 300–400 เมตรตามผังด่านอย่างเป็นทางการ) คุณจะเข้าสู่โซนตึกสูงเรียงราย ร้านค้า และศูนย์การค้าหลายชั้นที่เปิดไฟสว่างตั้งแต่เช้าจนค่ำ. ถนน Renmin South Road และ Jiabin Road คือสองเส้นหลักที่นักเดินทางจากไทยควรจำชื่อไว้ เพราะโรงแรมระดับกลางถึงพรีเมียมจำนวนมากเรียงตัวอยู่ตามแนวถนนเหล่านี้. บรรยากาศคือเมืองการค้าเต็มตัว เสียงล้อกระเป๋าเดินทาง เสียงเรียกจากร้านขายของ และกลิ่นอาหารจีนผัดกระทะร้อน ๆ ลอยมาตามลม.

ย่านนี้เชื่อมต่อกับรถไฟใต้ดินเซินเจิ้นอย่างสะดวก โดยสถานี Luohu (สาย 1) เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางหลัก ทำให้การออกไปยังย่านอื่น เช่น Futian หรือ Nanshan ทำได้ง่ายในเวลาไม่กี่สิบนาที. สำหรับคนไทยที่คุ้นกับการใช้ BTS และ MRT ในกรุงเทพ การใช้รถไฟใต้ดินที่นี่จะไม่รู้สึกแปลกใหม่มากนัก เพียงแต่ปริมาณคนในชั่วโมงเร่งด่วนอาจหนาแน่นกว่าที่คุ้นเคย. การเลือกโรงแรมที่อยู่ใกล้ทางลงสถานี Luohu หรือ Guomao (เช่น ทางออก A และ B ที่เชื่อมกับถนนหลักตามแผนที่ Shenzhen Metro) จะช่วยลดเวลาเดินลากกระเป๋าได้มาก.

ด้านอาหารและไลฟ์สไตล์ หลัวหูไม่ใช่ย่านฮิปสเตอร์ แต่เป็นพื้นที่ที่คุณจะได้เจอร้านอาหารจีนท้องถิ่นแบบจริงจัง ทั้งร้านบะหมี่กวางตุ้ง ร้านติ่มซำเปิดเช้า และร้านหม้อไฟที่คนท้องถิ่นต่อคิวกันยาว. ถ้าคุณชอบสำรวจอาหารแบบ street-level มากกว่าร้านหรูในห้าง ย่านนี้ให้ประสบการณ์ที่ตรงไปตรงมาและเข้มข้นกว่า. โรงแรมหลายแห่งในโซน hotel shenzhen luohu จึงมักโปรโมตความสะดวกในการเดินไปกินร้านดังรอบ ๆ มากกว่ากิจกรรมภายในตัวโรงแรมเอง และมักระบุระยะเดินจริงในหน้าเพจของโรงแรมเพื่อให้ตรวจสอบได้.

เลือกทำเลโรงแรมในหลัวหู : ใกล้ด่าน ใกล้ห้าง หรือใกล้รถไฟใต้ดิน

โรงแรมในหลัวหูแบ่งทำเลได้ชัดเจนเป็นสามโซนหลัก ซึ่งแต่ละโซนตอบโจทย์นักเดินทางจากไทยต่างกัน. โซนแรกคือรอบด่าน Luo Hu Port และสถานีรถไฟ Luohu เหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวกสูงสุดในการข้ามแดนไป–กลับฮ่องกง หรือขึ้นรถไฟต่อไปเมืองอื่นในจีน. คุณสามารถเช็กเอาต์แล้วเดินไม่กี่นาทีก็ถึงด่าน เหมาะมากสำหรับไฟลต์เช้าหรือทริปที่ต้องการลดความเสี่ยงเรื่องเวลา. โรงแรมตัวอย่างในโซนนี้ เช่น Shangri-La Shenzhen บริเวณ Renmin South Road (ระดับราคาประมาณ 900–1,800 หยวนต่อคืน ขึ้นกับฤดูกาล) ซึ่งอยู่ห่างสถานี Luohu ราว 300–400 เมตรตามข้อมูลจากเว็บไซต์โรงแรม.

โซนที่สองคือรอบศูนย์การค้า Luohu Commercial City และห้างใหญ่ในระยะเดิน เช่นแถบถนน Jihe Road ซึ่งเหมาะกับสายช้อปปิ้งที่ต้องการใช้เวลาส่วนใหญ่กับการเดินดูสินค้าและต่อรองราคา. บรรยากาศอาจคึกคักและวุ่นวายกว่า แต่ข้อดีคือคุณสามารถกลับโรงแรมมาพักขา เปลี่ยนชุด หรือเก็บของที่ซื้อได้ตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องนั่งรถ. สำหรับใครที่ตั้งใจมาช้อปจริงจัง การอยู่ใกล้ห้างคือข้อได้เปรียบชัดเจน. โรงแรมอย่าง Best Western Shenzhen Felicity Hotel (ระดับราคาประมาณ 500–900 หยวนต่อคืน จากข้อมูลแพลตฟอร์มจองยอดนิยม) เป็นตัวอย่างที่ตั้งอยู่ในระยะเดินประมาณ 5–8 นาทีจาก Luohu Commercial City.

โซนสุดท้ายคือแนวถนน Dongmen Middle Road ซึ่งห่างจากด่านออกมาประมาณ 1–2 กิโลเมตร แต่แลกกับการได้อยู่ใกล้ย่านช้อปปิ้งเก่าแก่ของเซินเจิ้นที่คนท้องถิ่นนิยม. ที่นี่มีทั้งถนนคนเดิน ร้านเสื้อผ้า ร้านรองเท้า และร้านอาหารท้องถิ่นเรียงราย. ถ้าคุณอยากได้สมดุลระหว่างการเดินทางที่ยังไม่ลำบากกับบรรยากาศเมืองที่มีชีวิตชีวาแบบไม่ติดด่านจนเกินไป โซนนี้คือทางเลือกที่น่าสนใจ. โรงแรมอย่าง Hyatt Place Shenzhen Dongmen (ระดับราคาประมาณ 700–1,200 หยวนต่อคืน ตามข้อมูลจากเว็บไซต์จองโรงแรม) อยู่ห่างสถานีรถไฟใต้ดิน Laojie เพียงไม่กี่ร้อยเมตร ทำให้เดินทางเชื่อมต่อกลับมาหลัวหูได้สะดวก.

บรรยากาศและสไตล์โรงแรมในย่าน hotel shenzhen luohu

ภาพรวมของโรงแรมในหลัวหูคือสไตล์เมืองใหญ่ที่เน้นฟังก์ชันและความสะดวก แต่ในกลุ่มระดับพรีเมียมจะเริ่มเห็นการออกแบบที่ใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น ทั้งเรื่องวัสดุ แสง และการจัดสเปซ. ห้องพักมักใช้โทนสีอบอุ่น เฟอร์นิเจอร์ไม้ผสมโลหะ และหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นวิวตึกสูงหรือแนวรางรถไฟ. ถ้าคุณเคยพักโรงแรมธุรกิจในย่านสีลมหรืออโศก จะสัมผัสได้ถึงความคล้ายคลึง แต่ด้วยสเกลเมืองที่หนาแน่นกว่า. หลายโรงแรมในกลุ่ม Luohu Shenzhen hotels ยังเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเลานจ์สำหรับนักธุรกิจ ห้องประชุม และฟิตเนสที่เปิดเกือบตลอดวัน.

ในย่านนี้ โรงแรมระดับสูงบางแห่งเลือกเน้นความเงียบสงบภายในอาคารเป็นหลัก เพื่อชดเชยความวุ่นวายของถนนด้านนอก. ล็อบบี้เพดานสูง แสงไฟนุ่ม และการใช้กลิ่นหอมเฉพาะของโรงแรมช่วยสร้างบรรยากาศ “หลุดออกจากสถานีรถไฟ” อย่างชัดเจน. สำหรับนักเดินทางจากไทยที่อาจรู้สึกเหนื่อยจากการต่อคิวตรวจคนเข้าเมืองและลากกระเป๋าข้ามแดน การได้ขึ้นลิฟต์ไม่กี่ชั้นแล้วพบพื้นที่ที่นิ่งและเป็นระเบียบคือความสบายใจที่จับต้องได้. รีวิวจากผู้เข้าพักบนแพลตฟอร์มจองโรงแรมมักกล่าวถึงความแตกต่างระหว่างความจอแจด้านนอกกับความเงียบในห้องพักของโรงแรมเหล่านี้.

อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณมองหาโรงแรมที่มีคาแรกเตอร์จัดจ้านหรือคอนเซ็ปต์ศิลปะชัดเจน หลัวหูอาจไม่ใช่คำตอบหลัก. ที่นี่คือดินแดนของโรงแรมเมืองที่ทำหน้าที่เป็นฐานปฏิบัติการสำหรับนักธุรกิจและนักช้อป มากกว่าจะเป็นจุดหมายปลายทางด้านดีไซน์. จุดแข็งจึงอยู่ที่ความเสถียรของบริการ ความคุ้นเคยของรูปแบบห้อง และความง่ายในการเข้าออกเมือง มากกว่าความแปลกใหม่. ถ้าคุณให้ความสำคัญกับดีไซน์เป็นพิเศษ อาจเลือกพักย่านอื่นของเซินเจิ้นแล้วใช้หลัวหูเป็นเพียงจุดเปลี่ยนขบวนรถไฟหรือแวะช้อปปิ้ง.

เหมาะกับนักเดินทางแบบไหน และควรเปรียบเทียบอะไรบ้างก่อนจอง

นักเดินทางจากไทยที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากการพักในหลัวหูคือกลุ่มที่มีแผนข้ามแดนฮ่องกง–เซินเจิ้นหลายครั้ง หรือมีตารางเดินทางต่อด้วยรถไฟความเร็วสูงไปเมืองอื่น. ถ้าทริปของคุณเน้นช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่น เครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ไอที การอยู่ใกล้ด่านและห้างใหญ่ช่วยประหยัดทั้งเวลาและแรง. ในทางกลับกัน ถ้าคุณตั้งใจมาสำรวจพิพิธภัณฑ์ คาเฟ่ดีไซน์ หรือย่านริมน้ำ การเลือกพักในย่านอื่นของเซินเจิ้นแล้วค่อยนั่งรถไฟใต้ดินมาหลัวหูเป็นครั้งคราวอาจตอบโจทย์กว่า. การวางแผนแบ่งคืนพักระหว่าง Luohu hotels กับย่านอื่นจะช่วยให้คุณได้ทั้งความสะดวกและบรรยากาศเมืองที่หลากหลาย.

ก่อนจองโรงแรมในโซน hotel shenzhen luohu ควรดูแผนที่อย่างละเอียดว่าที่ตั้งจริงอยู่ห่างจากด่าน Luo Hu Port หรือสถานีรถไฟ Luohu กี่เมตร และต้องข้ามถนนใหญ่หรือสะพานลอยหรือไม่. รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างการมีทางเดินเชื่อมเข้าห้าง หรืออยู่ฝั่งเดียวกับด่าน สามารถลดความยุ่งยากในการลากกระเป๋าได้มาก โดยเฉพาะถ้าคุณเดินทางพร้อมครอบครัวหรือมีสัมภาระหลายใบ. การดูภาพถ่ายรอบ ๆ โรงแรมเพื่อประเมินบรรยากาศถนนในเวลากลางคืนก็เป็นอีกจุดที่ไม่ควรมองข้าม และควรตรวจสอบรีวิวล่าสุดเพื่อดูข้อมูลเรื่องเสียงรบกวนและความปลอดภัย.

อีกประเด็นที่ควรเปรียบเทียบคือการเข้าถึงรถไฟใต้ดินและรถสาธารณะอื่น ๆ. โรงแรมที่อยู่ใกล้ทางลงสถานี Luohu หรือ Guomao จะทำให้การออกไปย่านอื่นของเมืองสะดวกขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะถ้าคุณวางแผนไปทั้ง Futian, Nanshan และ Shekou ภายในไม่กี่วัน. ถ้าคุณให้ความสำคัญกับการเดินทางในเมืองมากกว่าการอยู่ติดด่าน การยอมเดินเพิ่มจากด่านอีกเล็กน้อยเพื่อได้ทำเลที่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินอาจเป็นทางเลือกที่คุ้มกว่า. การใช้แผนที่อย่างเป็นทางการของ Shenzhen Metro ควบคู่กับข้อมูลระยะทางที่แพลตฟอร์มจองโรงแรมระบุ จะช่วยให้คุณประเมินเวลาเดินจริงได้แม่นยำขึ้น.

เคล็ดลับสำหรับคนไทยที่พักในหลัวหู เซินเจิ้น

การมาพักในหลัวหูจะราบรื่นขึ้นมากถ้าคุณเตรียมตัวเล็กน้อยตั้งแต่ก่อนออกจากไทย. เริ่มจากการทำความเข้าใจผังพื้นที่รอบด่าน Luo Hu Port ว่าทางออกฝั่งฮ่องกงและฝั่งเซินเจิ้นเชื่อมกับอาคารไหนบ้าง แล้วจึงเลือกโรงแรมที่อยู่ในทิศทางเดียวกัน เพื่อลดการเดินอ้อม. การบันทึกชื่อถนนสำคัญอย่าง Renmin South Road และ Dongmen Middle Road เป็นภาษาจีนไว้ในโทรศัพท์ จะช่วยให้การสื่อสารกับคนขับรถหรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นง่ายขึ้น. คุณยังสามารถบันทึกชื่อสถานี Luohu, Guomao และ Laojie เป็นตัวอักษรจีนตามแผนที่รถไฟใต้ดินเพื่อใช้ชี้ให้คนท้องถิ่นดูได้.

สำหรับเรื่องอาหาร แนะนำให้ลองเดินออกจากโซนห้างใหญ่ไปยังถนนรอง ๆ สัก 300–500 เมตร คุณจะเริ่มเจอร้านอาหารท้องถิ่นที่คนพื้นที่นั่งกินกันจริงจังมากขึ้น ทั้งร้านโจ๊กกวางตุ้งเปิดเช้า ร้านบะหมี่น้ำซุปใส และร้านข้าวผัดที่กลิ่นกระทะชัดเจน. ถ้าคุณคิดถึงรสชาติแบบไทย ให้มองหาร้านอาหารเสฉวนหรือหูหนาน รสเผ็ดและกลิ่นเครื่องเทศจะช่วยลดอาการ homesick ได้ดีในคืนที่สองหรือสามของทริป. หลายรีวิวจากนักเดินทางไทยระบุว่าการลองเมนูเผ็ดเหล่านี้ช่วยให้ปรับตัวกับรสชาติอาหารจีนแผ่นดินใหญ่ได้ง่ายขึ้น.

สุดท้าย อย่าลืมเผื่อเวลาเดินทางระหว่างด่านกับโรงแรม โดยเฉพาะในช่วงเย็นวันศุกร์หรือก่อนวันหยุดยาวที่คนเดินทางข้ามแดนหนาแน่น. แม้โรงแรมในโซน hotel shenzhen luohu จะอยู่ใกล้ด่านในระยะเดิน แต่คิวตรวจคนเข้าเมืองและการเคลื่อนตัวของคนจำนวนมากอาจทำให้ใช้เวลามากกว่าที่คาด. การเผื่อเวลา 30–45 นาทีเพิ่มจากที่คิดไว้ จะทำให้คุณเช็กอินได้อย่างไม่เร่งรีบ และมีเวลาพอสำหรับมื้อเย็นดี ๆ ในย่านนี้. ถ้าทริปของคุณเน้นการข้ามแดนฮ่องกง–เซินเจิ้น การช้อปปิ้งในห้างและศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และต้องการฐานที่มั่นที่เดินจากด่าน Luo Hu Port ถึงโรงแรมได้ในไม่กี่นาที การเลือกพักในย่านหลัวหูคือคำตอบที่ตรงที่สุด.

โรงแรมหลัวหู เซินเจิ้น ใกล้ด่านพรมแดน และช้อปปิ้ง เหมาะกับคุณหรือไม่ ?

ถ้าทริปของคุณเน้นการข้ามแดนฮ่องกง–เซินเจิ้น การช้อปปิ้งในห้างและศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และต้องการฐานที่มั่นที่เดินจากด่าน Luo Hu Port ถึงโรงแรมได้ในไม่กี่นาที การเลือกพักในย่านหลัวหูคือคำตอบที่ตรงที่สุด. แต่ถ้าคุณมองหาเสน่ห์เมืองเก่า คาเฟ่ดีไซน์ หรือบรรยากาศริมน้ำ ย่านอื่นของเซินเจิ้นจะให้ประสบการณ์ที่ลึกและหลากหลายกว่า แล้วค่อยนั่งรถไฟใต้ดินมาหลัวหูเพื่อช้อปปิ้งหรือข้ามแดนเป็นครั้งคราว. การตัดสินใจจึงขึ้นอยู่กับว่าในทริปนี้ คุณให้ความสำคัญกับ “ความสะดวกในการเดินทาง” หรือ “บรรยากาศของเมือง” มากกว่ากัน.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการพักในย่านหลัวหู เซินเจิ้น

พักย่านหลัวหูหรือ Futian ดีกว่าสำหรับนักเดินทางจากไทย ?

ถ้าคุณเน้นข้ามแดนฮ่องกง–เซินเจิ้นและช้อปปิ้งใกล้ด่าน หลัวหูสะดวกกว่าอย่างชัดเจน เพราะเดินจากด่าน Luo Hu Port ถึงโรงแรมได้ในระยะสั้น. แต่ถ้าทริปของคุณเน้นธุรกิจหรือการเดินทางไปศูนย์กลางเมืองสมัยใหม่ Futian จะเหมาะกว่า ด้วยการเชื่อมต่อกับย่านสำนักงานและศูนย์ประชุมขนาดใหญ่.

ควรเลือกโรงแรมใกล้ด่าน Luo Hu Port แค่ไหนจึงจะถือว่าสะดวก ?

ระยะที่ถือว่าสะดวกสำหรับการลากกระเป๋าคือภายในประมาณ 300–600 เมตรจากด่านหรือสถานีรถไฟ Luohu โดยไม่ต้องข้ามถนนใหญ่หลายเลนหรือสะพานลอยหลายจุด. ถ้าคุณเดินทางพร้อมครอบครัวหรือมีสัมภาระมาก การเลือกโรงแรมที่อยู่ใกล้ทางลงรถไฟใต้ดินหรือมีทางเดินเชื่อมเข้าห้างจะช่วยลดความเหนื่อยล้าได้มาก.

ย่านหลัวหูปลอดภัยสำหรับการเดินกลับโรงแรมตอนกลางคืนหรือไม่ ?

หลัวหูเป็นย่านการค้าและขนส่งหลักของเมือง จึงมีคนสัญจรค่อนข้างมากในหลายช่วงเวลา โดยเฉพาะรอบสถานีรถไฟและห้างใหญ่. อย่างไรก็ตาม การเดินกลับโรงแรมตอนกลางคืนควรใช้เส้นทางหลักที่มีไฟส่องสว่างและผู้คน ไม่ลัดเลาะซอยเปลี่ยว และควรเก็บของมีค่าให้มิดชิดตามมาตรฐานการเดินทางในเมืองใหญ่ทั่วไป.

ถ้าต้องการทั้งช้อปปิ้งและเที่ยวคาเฟ่ดีไซน์ ควรพักหลัวหูหรือไม่ ?

คุณสามารถพักในหลัวหูเพื่อความสะดวกเรื่องด่านและช้อปปิ้ง แล้วใช้รถไฟใต้ดินไปยังย่านอื่นที่มีคาเฟ่ดีไซน์ เช่น Futian หรือ Nanshan ได้ภายในเวลาไม่กี่สิบนาที. แต่ถ้าคุณให้ความสำคัญกับบรรยากาศคาเฟ่มากกว่าการอยู่ติดด่าน การเลือกพักในย่านที่มีคาเฟ่หนาแน่นแล้วค่อยนั่งรถไฟมาหลัวหูเพื่อช้อปปิ้งเป็นครั้งคราวอาจตอบโจทย์กว่า.

ควรจองโรงแรมในย่าน hotel shenzhen luohu กี่คืนจึงจะเหมาะสม ?

สำหรับทริปที่เน้นข้ามแดนและช้อปปิ้ง การพัก 1–2 คืนในหลัวหูมักเพียงพอ ทั้งคืนแรกหลังข้ามแดนและคืนสุดท้ายก่อนกลับฮ่องกง. ถ้าคุณวางแผนเที่ยวส่วนอื่นของเซินเจิ้นด้วย อาจแบ่งทริปเป็นการพักในหลัวหูช่วงต้นหรือท้าย แล้วไปพักย่านอื่นที่บรรยากาศต่างออกไปในช่วงกลางทริป เพื่อให้ได้ประสบการณ์เมืองที่หลากหลายขึ้น.

เผยแพร่เมื่อ   •   อัปเดตเมื่อ