ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วางแผนเลือกย่านพักใน Shanghai China City สำหรับนักเดินทางไทยสายโรงแรมพรีเมียม เปรียบเทียบ Puxi และ Pudong การเดินทางด้วยเมโทร บรรยากาศริมแม่น้ำหวงผู่ และย่านอาหารท้องถิ่นยอดนิยม

ภาพรวม Shanghai China City สำหรับนักเดินทางไทยสายโรงแรมพรีเมียม

เมืองขนาดยักษ์อย่างเซี่ยงไฮ้ไม่ได้ต้อนรับคุณแบบเบา ๆ เลยสักนิด มหานครการเงินระดับโลกแห่งนี้เติบโตจากเมืองท่าตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 จนกลายเป็นเมืองตึกกระจกที่สะท้อนแม่น้ำหวงผู่ในทุกยามเย็น. สำหรับนักเดินทางจากไทยที่คุ้นกับกรุงเทพฯ เซี่ยงไฮ้ให้ความรู้สึกคล้ายเมืองหลวงที่ถูกเร่งสปีดขึ้นอีกขั้น ทั้งเรื่องจังหวะชีวิต ระบบขนส่ง และสเกลของเมือง.

คำถามแรกก่อนจองโรงแรมจึงไม่ใช่ “จะไปดีไหม” แต่คือ “จะอยู่ตรงไหนของเซี่ยงไฮ้ถึงจะเหมาะกับสไตล์เรา”. เมืองนี้มีพื้นที่กว้างและย่านย่อยจำนวนมาก การเลือกย่านผิดอาจทำให้คุณเสียเวลาไปกับการเดินทางบนรถไฟใต้ดินมากกว่าการเดินเล่นริมแม่น้ำหวงผู่แถว The Bund. นักเดินทางสายหรูควรเริ่มจากการเลือกฝั่งแม่น้ำให้ชัด ระหว่างฝั่งประวัติศาสตร์อย่าง Puxi กับฝั่งตึกระฟ้าอย่าง Pudong.

ระบบรถไฟใต้ดินที่ครอบคลุมแทบทุกย่านสำคัญช่วยให้การพักในเมืองขนาดใหญ่นี้ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่การเลือกโรงแรมใกล้สถานีหลัก เช่น People’s Square หรือ Lujiazui จะเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งทริป. จากไทย คุณอาจคุ้นกับการเรียกแกร็บหรือแท็กซี่ แต่ในเซี่ยงไฮ้ การใช้เมโทรคือวิธีที่แม่นยำและคาดเดาเวลาได้มากกว่า โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วนที่ถนนบนฝั่ง Puxi แน่นหนาไม่ต่างจากถนนวิภาวดีในเช้าวันจันทร์.

Puxi: ฝั่งประวัติศาสตร์ เหมาะกับคนชอบเดินเมืองและสถาปัตยกรรม

เส้นทางเดินเท้าตั้งแต่ The Bund บนถนน Zhongshan East 1st Road ไปจนถึงย่าน Nanjing Road East คือภาพจำของเซี่ยงไฮ้ที่หลายคนคุ้นตา. การพักฝั่ง Puxi ทำให้คุณใช้เวลาไม่กี่นาทีจากห้องพักลงมาเจออาคารสไตล์ยุโรปยุคอาณานิคมเรียงตัวริมแม่น้ำหวงผู่ และมองข้ามไปยังตึกสูงของ Pudong ที่ส่องไฟทั้งคืน. บรรยากาศยามค่ำคืนตรงนี้คือไฮไลต์ของ Shanghai China City สำหรับคนที่ชอบเดินเล่นริมแม่น้ำและถ่ายภาพสกายไลน์.

ย่าน People’s Square และ Nanjing Road West เหมาะกับนักเดินทางที่อยากบาลานซ์ระหว่างการช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์. จากจุดนี้ คุณนั่งเมโทรเพียง 1–3 สถานีก็ถึงย่านเก่าอย่าง Xintiandi หรือ Tianzifang ที่ซ่อนตรอกเล็ก ๆ ร้านชา และบาร์สไตล์จีนร่วมสมัยไว้ในอาคารหินเก่า. ถ้าคุณชอบเดินสำรวจเมืองแบบไม่ต้องพึ่งรถมาก การเลือกโรงแรมในรัศมีเดินถึงสถานี People’s Square ประมาณ 300–600 เมตร จะทำให้การวางแผนแต่ละวันง่ายขึ้นมาก.

ข้อแลกเปลี่ยนของการพักฝั่ง Puxi คือความคึกคักที่แทบไม่หลับใหล โดยเฉพาะรอบ Nanjing Road ที่นักท่องเที่ยวแน่นตั้งแต่เช้าจนดึก. ถ้าคุณต้องการความเงียบสงบในตอนกลางคืน อาจมองหาย่านที่ถอยออกมานิด เช่น บริเวณ Huaihai Middle Road ที่ยังเดินทางสะดวกแต่คนไม่หนาแน่นเท่า. สำหรับนักเดินทางไทยที่คุ้นกับสีสันของสยามและสุขุมวิท Puxi ให้ความรู้สึกใกล้เคียงที่สุด แต่มีชั้นของประวัติศาสตร์จีนและตะวันตกซ้อนทับอยู่ในทุกมุมถนน.

Pudong: ฝั่งตึกระฟ้า เหมาะกับสายสกายไลน์และการเดินทางธุรกิจ

ภาพตึก Oriental Pearl Tower และ Shanghai Tower ที่ตั้งตระหง่านบนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำหวงผู่ คือสัญลักษณ์ชัดเจนของ Pudong. การพักในย่าน Lujiazui ทำให้คุณอยู่กลางเขตการเงินของเซี่ยงไฮ้ที่เต็มไปด้วยอาคารสำนักงาน ธนาคาร และโรงแรมระดับบนที่มองเห็นวิวแม่น้ำแบบเต็มเฟรม. สำหรับนักเดินทางไทยที่คุ้นกับย่านสาทรหรือพระราม 4 บรรยากาศที่นี่ให้ความรู้สึกคล้ายกัน แต่ทุกอย่างสูงกว่า ใหญ่กว่า และหนาแน่นกว่า.

ข้อได้เปรียบของ Pudong คือการเดินทางที่ตรงไปยังสนามบิน Pudong ได้สะดวก ทั้งด้วยรถไฟและทางด่วน ทำให้เหมาะกับทริปที่ต้องเข้าออกเมืองบ่อย หรือการประชุมเช้าแล้วบินต่อ. โรงแรมส่วนใหญ่ในย่านนี้ออกแบบเพื่อรองรับทั้งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวที่ต้องการห้องพักกว้าง วิวเมือง และสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารเดียว. ถ้าคุณชอบตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นสะท้อนกระจกตึกสูง แทนที่จะเป็นวิวเมืองเก่า ฝั่งนี้ตอบโจทย์ชัดเจน.

อย่างไรก็ตาม Pudong ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน. หลังเวลางาน บางช่วงของย่านการเงินอาจเงียบกว่าที่คาด ร้านอาหารท้องถิ่นแบบเล็ก ๆ ในตรอกซอยมีน้อยกว่าฝั่ง Puxi อย่างเห็นได้ชัด. ถ้าคุณให้ความสำคัญกับการเดินออกจากโรงแรมไปเจอร้านเสี่ยวหลงเปาเล็ก ๆ ที่คนท้องถิ่นต่อคิว หรืออยากเดินเล่นในตรอกบ้านเก่า Pudong อาจรู้สึกเป็น “เมืองธุรกิจ” เกินไปเล็กน้อย.

การเดินทางในเมือง: เลือกทำเลให้สัมพันธ์กับเมโทรและจุดท่องเที่ยวหลัก

เครือข่ายรถไฟใต้ดินของเซี่ยงไฮ้คือหัวใจของการวางแผนที่พักในเมืองนี้. ด้วยขนาดเมืองที่กว้างและจำนวนประชากรจำนวนมาก หากพึ่งแท็กซี่อย่างเดียว คุณจะเสียเวลาไปกับการติดอยู่บนถนนมากกว่าที่คิด. การเลือกโรงแรมที่อยู่ห่างจากสถานีเมโทรไม่เกิน 500 เมตรจึงเป็นเกณฑ์ที่ควรใช้ตั้งแต่เริ่มค้นหาที่พัก โดยเฉพาะถ้าคุณเดินทางกับครอบครัวหรือผู้สูงอายุ.

สถานีหลักอย่าง People’s Square, East Nanjing Road, Lujiazui และ Century Avenue ทำหน้าที่คล้ายจุดเปลี่ยนสาย BTS และ MRT ในกรุงเทพฯ. การพักใกล้หนึ่งในสถานีเหล่านี้ช่วยให้คุณไป The Bund, ย่านเก่า Xintiandi หรือย่านช้อปปิ้ง Huaihai Road ได้ภายในเวลาประมาณ 10–30 นาที. ถ้าคุณวางแผนจะไปทั้งฝั่ง Puxi และ Pudong ในทริปเดียว การเลือกโรงแรมที่เชื่อมต่อเมโทรหลายสายจะช่วยลดการต่อรถและความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง.

สำหรับนักเดินทางไทยที่คุ้นกับการเดินทางในเมืองใหญ่ การใช้บัตรโดยสารแบบเติมเงินจะทำให้การขึ้นลงเมโทรในเซี่ยงไฮ้ลื่นไหลขึ้นมาก. สิ่งที่ควรระวังคือชั่วโมงเร่งด่วนเช้าและเย็นที่ผู้โดยสารหนาแน่น โดยเฉพาะบนสายที่วิ่งผ่านย่านธุรกิจอย่าง Lujiazui. ถ้าคุณไม่ชอบความแออัด อาจวางแผนออกจากโรงแรมก่อนหรือหลังชั่วโมงเร่งด่วนเล็กน้อย แล้วใช้เวลานั้นเดินเล่นในย่านรอบที่พักแทน.

บรรยากาศเมือง: ระหว่างความทันสมัยจัดเต็มกับเสน่ห์ย่านเก่า

การเลือกที่พักในเซี่ยงไฮ้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องโลเคชั่น แต่คือการเลือก “เวอร์ชันของเมือง” ที่คุณอยากใช้เวลาอยู่ด้วย. ฝั่งตึกระฟ้าอย่าง Pudong ให้ภาพเมืองจีนยุคใหม่ที่เน้นกระจก เหล็ก และแสงไฟ ส่วนฝั่ง Puxi โดยเฉพาะย่านเก่าอย่างรอบถนน Fuxing Middle Road หรือบริเวณ Xintiandi ยังเก็บบรรยากาศตรอกบ้านหินแบบ Shikumen ที่ถูกปรับให้ร่วมสมัย. เดินไม่กี่ก้าว คุณอาจเจอร้านชาที่ซ่อนอยู่ในบ้านสองชั้นเก่า ๆ ข้างตึกสำนักงานใหม่เอี่ยม.

นักเดินทางจากไทยที่ชอบเดินสำรวจเมืองมักให้คะแนนสูงกับย่านที่ยังมีชีวิตท้องถิ่นชัดเจน เช่น ถนนเล็ก ๆ แถว Ruijin 2nd Road ที่ตอนเช้ามีคนท้องถิ่นออกมาซื้ออาหารเช้าแบบง่าย ๆ ก่อนขึ้นเมโทร. ถ้าคุณอยากเห็นเซี่ยงไฮ้ในมุมนี้ การเลือกโรงแรมที่ไม่ติดถนนใหญ่จนเกินไป แต่ยังอยู่ในระยะเดินถึงเมโทร จะทำให้คุณได้ทั้งความสะดวกและบรรยากาศ. ในทางกลับกัน ถ้าคุณต้องการความเป็นส่วนตัวสูงและการบริการที่เน้นความเป็นทางการ ย่านธุรกิจหลักอาจตอบโจทย์มากกว่า.

สิ่งที่เซี่ยงไฮ้ทำได้ดีคือการผสมผสานระหว่างอดีตและปัจจุบันในระยะเดินไม่กี่ร้อยเมตร. คุณอาจใช้เวลาเช้าเดินริม The Bund ชมอาคารยุคอาณานิคม แล้วตอนบ่ายขึ้นไปชมวิวจากตึกสูงใน Pudong ที่มองเห็นโค้งแม่น้ำหวงผู่ทั้งเส้น. การเลือกที่พักที่อยู่ในจุดกึ่งกลางระหว่างสองโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝั่ง Puxi ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำ หรือฝั่ง Pudong ใกล้ท่าเรือข้ามฟาก จะทำให้คุณสลับบรรยากาศได้ง่ายในแต่ละวัน.

อาหารและประสบการณ์ท้องถิ่น: วางแผนจากจานเสี่ยวหลงเปามากกว่าจากแหล่งช้อปปิ้ง

คำแนะนำหนึ่งที่มักใช้ได้ผลในเซี่ยงไฮ้คือ “เลือกที่พักจากร้านอาหารที่อยากไป มากกว่าจากห้างที่อยากช้อป”. เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารท้องถิ่นอย่างเสี่ยวหลงเปา เกี๊ยวซุปนึ่งที่ต้องกัดอย่างระวังไม่ให้ซุปลวกปาก รวมถึงอาหารเช้าแบบง่าย ๆ อย่างขนมปังทอดกับนมถั่วเหลืองที่ขายตามหัวมุมถนน. ถ้าคุณเป็นสายกิน การพักในย่านที่มีร้านอาหารท้องถิ่นหนาแน่น เช่น รอบถนน Yunnan South Road หรือบริเวณใกล้ People’s Square จะทำให้ทุกเช้าและค่ำมีตัวเลือกที่น่าสนใจ.

ฝั่ง Puxi มีความหลากหลายของร้านอาหารท้องถิ่นมากกว่า ตั้งแต่ร้านเล็ก ๆ ที่ขายเสี่ยวหลงเปาแบบยืนกิน ไปจนถึงร้านอาหารจีนร่วมสมัยที่ซ่อนอยู่บนชั้นสองของอาคารเก่า. ฝั่ง Pudong แม้จะมีร้านอาหารคุณภาพดีในอาคารสำนักงานและศูนย์การค้า แต่บรรยากาศอาจให้ความรู้สึกเป็น “ย่านธุรกิจ” มากกว่า “ย่านกิน”. ถ้าคุณชอบเดินออกจากโรงแรมแล้วเจอร้านอาหารท้องถิ่นในระยะไม่กี่ร้อยเมตร ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำมักตอบโจทย์มากกว่า.

สำหรับนักเดินทางไทยที่คุ้นกับรสจัดของอาหารบ้านเรา อาหารเซี่ยงไฮ้จะออกหวานและมันมากกว่าเล็กน้อย. การได้พักในย่านที่มีตัวเลือกหลากหลายช่วยให้คุณสลับไปลองอาหารมณฑลอื่นที่มีรสจัดขึ้นได้ เช่น อาหารเสฉวนหรือหูหนานที่มักมีร้านเฉพาะทางกระจายอยู่ในเมือง. การวางแผนทริปโดยปักหมุดร้านอาหารสำคัญ แล้วค่อยเลือกโรงแรมในรัศมีเมโทร 1–2 สถานีจากจุดเหล่านั้น เป็นวิธีที่ช่วยให้คุณได้สัมผัสเซี่ยงไฮ้ผ่านจานอาหารอย่างเต็มที่.

Shanghai china city เหมาะกับนักเดินทางแบบไหนที่สุด ?

สำหรับนักเดินทางไทยที่มองหาเมืองใหญ่ต่างประเทศที่เดินทางไม่ไกลเกินไป เซี่ยงไฮ้คือจุดหมายที่ชัดเจน. เมืองนี้เหมาะกับคนที่ชอบจังหวะเมืองใหญ่ ชอบเดินสำรวจย่านต่าง ๆ และให้ความสำคัญกับทั้งอาหารท้องถิ่นและสถาปัตยกรรม. ถ้าคุณชอบฮ่องกงหรือสิงคโปร์ แต่ต้องการเมืองที่มีมิติทางประวัติศาสตร์และขนาดเมืองที่ใหญ่กว่า เซี่ยงไฮ้ตอบโจทย์ได้ดี. ในทางกลับกัน ถ้าคุณมองหาความเงียบสงบแบบเมืองตากอากาศริมทะเล เมืองนี้อาจไม่ใช่คำตอบแรก แต่สำหรับทริปเมืองใหญ่ที่ต้องการโรงแรมพรีเมียม ระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ และประสบการณ์กินเที่ยวที่เข้มข้น เซี่ยงไฮ้คือหนึ่งในตัวเลือกที่แข็งแรงที่สุดในเอเชีย.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกที่พักในเซี่ยงไฮ้

ควรเลือกพักฝั่ง Puxi หรือ Pudong ถ้าไปเที่ยวครั้งแรก ?

ถ้าเป็นการไปเซี่ยงไฮ้ครั้งแรก ฝั่ง Puxi มักเหมาะกว่าเพราะใกล้ The Bund, Nanjing Road และย่านเก่าอย่าง Xintiandi ทำให้คุณสัมผัสทั้งประวัติศาสตร์และชีวิตเมืองได้ในระยะเดิน. ฝั่ง Pudong เหมาะกับคนที่ต้องทำงานในย่านการเงินหรือให้ความสำคัญกับวิวตึกระฟ้าและการเดินทางไปสนามบินที่สะดวก.

ย่านไหนสะดวกที่สุดสำหรับการใช้รถไฟใต้ดินในเซี่ยงไฮ้ ?

บริเวณรอบสถานี People’s Square, East Nanjing Road, Lujiazui และ Century Avenue ถือเป็นจุดตัดสำคัญของหลายสายเมโทร. การพักในรัศมีเดินถึงหนึ่งในสถานีเหล่านี้ช่วยให้คุณเดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวหลักส่วนใหญ่ได้ภายในเวลาไม่เกิน 30–40 นาที.

เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่เหมาะกับการเดินเท้าหรือไม่ ?

หลายย่านในเซี่ยงไฮ้เหมาะกับการเดินเท้า โดยเฉพาะ The Bund, Nanjing Road, Xintiandi และย่านเก่าบางส่วนใน Puxi ที่มีทางเท้ากว้างและร้านค้าเรียงราย. อย่างไรก็ตาม ระยะทางระหว่างย่านต่าง ๆ ค่อนข้างไกล จึงควรใช้เมโทรเป็นหลักแล้วค่อยเดินสำรวจในแต่ละย่าน.

ควรเลือกโรงแรมใกล้ The Bund แค่ไหนจึงจะคุ้ม ?

ถ้าคุณตั้งใจจะไปเดิน The Bund หลายครั้ง การพักในระยะเดินไม่เกิน 10–15 นาทีจากริมแม่น้ำจะสะดวกที่สุด. แต่ถ้าคุณต้องการบาลานซ์กับการไปย่านอื่น เช่น Xintiandi หรือย่านช้อปปิ้ง การเลือกพักใกล้สถานี People’s Square หรือ East Nanjing Road ซึ่งอยู่ห่าง The Bund เพียง 1 สถานีเมโทร อาจเป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่นกว่า.

เซี่ยงไฮ้เหมาะกับทริปสั้น 3–4 วันหรือไม่ ?

เซี่ยงไฮ้เหมาะกับทริป 3–4 วันอย่างชัดเจน เพราะระบบเมโทรช่วยให้คุณเก็บจุดสำคัญได้หลายแห่งในเวลาไม่มาก. ในช่วงเวลานี้ คุณสามารถเดิน The Bund, ข้ามไปชมวิวฝั่ง Pudong, สำรวจย่านเก่าอย่าง Xintiandi และลองอาหารท้องถิ่นได้ครบพอสมควร หากเลือกที่พักในทำเลที่เชื่อมต่อเมโทรดี.

เผยแพร่เมื่อ   •   อัปเดตเมื่อ