วางแผนเลือกโรงแรมและที่พักพรีเมียมใน Chugoku สำหรับนักเดินทางไทย
ภาพรวม Chugoku สำหรับนักเดินทางไทยที่มองหาที่พักพรีเมียม
ภูมิภาค Chugoku ทางตะวันตกสุดของเกาะฮอนชูไม่ใช่จุดหมายที่ดังเท่าคันไซหรือโตเกียว แต่สำหรับนักเดินทางไทยที่อยากได้ญี่ปุ่นแบบสงบ มีมิติทางประวัติศาสตร์ และโรงแรมคุณภาพดีในเมืองขนาดกะทัดรัด นี่คือพื้นที่ที่ควรพิจารณาอย่างจริงจัง. พื้นที่นี้ประกอบด้วย 5 จังหวัดหลัก คือ ฮิโรชิมะ โอคายามะ ชิมาเนะ ทตโตริ และยามากุจิ เชื่อมต่อกันด้วยเครือข่ายรถไฟและสนามบินภูมิภาคที่เดินทางต่อจากโอซาก้าหรือฟุกุโอกะได้สะดวก.
บรรยากาศโดยรวมต่างจากโตเกียวอย่างชัดเจน ; เมืองเดินสบาย ผู้คนไม่เร่งรีบ ร้านอาหารท้องถิ่นยังเป็นตัวหลักมากกว่าห้างใหญ่. สำหรับการเลือกโรงแรม คุณจะเจอทั้งที่พักหรูในย่านธุรกิจของฮิโรชิมะและโอคายามะ ไปจนถึงเรียวกังระดับพรีเมียมใกล้ศาลเจ้าและแหล่งธรรมชาติในชิมาเนะหรือทตโตริ. จุดแข็งของ Chugoku คือการผสมผสานระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างลงตัว ทำให้โรงแรมจำนวนมากออกแบบพื้นที่ใช้สอยและสิ่งอำนวยความสะดวกได้ค่อนข้างทันสมัยแม้อยู่ในเมืองเล็ก.
หากคุณอยู่ในไทยและคุ้นกับการบินตรงไปโตเกียวหรือโอซาก้า การเพิ่ม Chugoku เข้าไปในทริปไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก ; นั่งชินคันเซ็นต่อเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงฮิโรชิมะหรือโอคายามะแล้ว (เช่น Shin-Osaka → Hiroshima ประมาณ 1.5 ชั่วโมง, Hakata → Hiroshima ราว 1 ชั่วโมง ตามตารางเวลา JR ปัจจุบัน). คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “ไปได้ไหม” แต่คือ “ควรพักเมืองไหน นานเท่าไร และเลือกสไตล์โรงแรมแบบใดให้เหมาะกับจังหวะการเดินทางของคุณ”.
| เมืองหลักใน Chugoku | เหตุผลที่ควรพัก | คืนที่แนะนำ | ช่วงราคาโดยประมาณ (บาท/คืน) |
|---|---|---|---|
| ฮิโรชิมะ | ฐานเดินทางหลัก ใกล้ Hiroshima Peace Memorial และ Miyajima | 2–3 | 3,000–7,000 |
| โอคายามะ / คุราชิกิ | สวนโคระคุเอน เมืองเก่าริมคลอง Bikan Quarter | 2–3 | 3,000–8,000 |
| ชิมาเนะ / Izumo Taisha | ศาลเจ้าเก่าแก่ บรรยากาศเงียบลึกริมทะเลสาบ | 1–2 | 3,000–6,000 |
| ทตโตริ | ทะเลทรายทตโตริและกิจกรรมกลางแจ้ง | 1–2 | 3,000–6,500 |
| ยามากุจิ / ชิโมโนเซกิ | เมืองชายฝั่ง จุดเชื่อม Chugoku–คิวชู | 1–2 | 3,000–6,000 |
ฮิโรชิมะ : ฐานหลักของ Chugoku สำหรับคนชอบเมือง เดินทางง่าย
ภาพแรกของฮิโรชิมะสำหรับหลายคนคือโดมปรมาณูและสวนสันติภาพริมแม่น้ำโมโตยาสุ แต่สำหรับการเลือกโรงแรม เมืองนี้คือศูนย์กลางที่สมดุลที่สุดของ Chugoku. ย่านรอบสถานี Hiroshima Station เป็นจุดที่เหมาะสำหรับนักเดินทางไทยที่เน้นความสะดวกในการต่อรถไฟชินคันเซ็นและรถไฟท้องถิ่นไปยังมิยาจิมะหรือโอคายามะในวันถัดไป. โรงแรมพรีเมียมส่วนใหญ่ในเมืองจะกระจุกตัวในรัศมีไม่เกิน 1 กิโลเมตรจากสถานีและย่านธุรกิจใจกลางเมือง เช่น Sheraton Grand Hiroshima Hotel, Hilton Hiroshima และโรงแรมเชนระดับสากลอื่น ๆ รวมถึงที่พักสไตล์บูทีคที่มีห้องพักเริ่มต้นราว 3,000–6,000 บาทต่อคืน.
หากคุณต้องการบรรยากาศเมืองที่มีชีวิตในตอนเย็น การเลือกพักใกล้ถนน Hondori ซึ่งเป็นถนนช้อปปิงคนเดินจะตอบโจทย์กว่า ; จากตรงนี้เดินไปสวนสันติภาพได้ในเวลาไม่ถึง 10 นาที และยังมีร้านโอโคโนมิยากิท้องถิ่นให้ลองแบบไม่ต้องต่อคิวยาว. โรงแรมในโซนนี้มักออกแบบห้องพักให้มองเห็นวิวเมืองและแม่น้ำ เช่น Candeo Hotels Hiroshima Hatchobori หรือโรงแรมดีไซน์ร่วมสมัยที่จัดแสงภายในห้องค่อนข้างอบอุ่น เหมาะกับการกลับมาพักหลังเดินทั้งวัน และยังเดินถึงป้ายรถรางได้ในไม่กี่นาทีจึงเหมาะกับผู้ที่ไม่อยากลากกระเป๋าไกล.
ข้อแลกเปลี่ยนของฮิโรชิมะคือความเป็นเมืองเต็มตัว ; หากคุณมองหาบรรยากาศออนเซ็นกลางภูเขาหรือชายหาดเงียบ ๆ เมืองนี้อาจเป็นเพียงฐานพัก 2–3 คืนก่อนออกไปยังจังหวัดอื่นใน Chugoku. แต่สำหรับนักเดินทางที่ต้องการจุดตั้งต้นที่มีทั้งพิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร และระบบขนส่งที่ชัดเจน ฮิโรชิมะคือคำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุด โดยเฉพาะเมื่อใช้เป็นจุดเชื่อมต่อไปยัง Miyajima-guchi หรือเมืองตามแนวชินคันเซ็นสายหลัก.
โอคายามะและคุราชิกิ : สวนญี่ปุ่นระดับตำนานกับย่านเมืองเก่าริมคลอง
โอคายามะวางตัวอยู่กึ่งกลาง Chugoku เชื่อมต่อชินคันเซ็นสายหลัก ทำให้เป็นอีกเมืองที่เหมาะใช้เป็นฐานสำหรับนักเดินทางจากไทยที่อยากแบ่งทริปญี่ปุ่นตะวันตกออกเป็นช่วง ๆ. ย่านรอบ Okayama Station มีโรงแรมระดับกลางถึงพรีเมียมเรียงตัวตามถนน Momotaro Odori ไปจนถึงโซนใกล้ปราสาทโอคายามะและสวนโคระคุเอน หนึ่งในสามสวนญี่ปุ่นที่มักถูกจัดอันดับว่าสวยที่สุด. เลือกพักฝั่งที่เดินถึงสวนได้ภายใน 15–20 นาที คุณจะได้เปรียบเรื่องการเข้าไปชมสวนช่วงเช้าตรู่ที่นักท่องเที่ยวยังไม่มาก และยังสามารถกลับมาเปลี่ยนชุดหรือพักเท้าก่อนออกไปทานมื้อค่ำในเมือง โดยมีตัวเลือกโรงแรมอย่าง ANA Crowne Plaza Okayama หรือโรงแรมบูทีคใกล้คลองที่เน้นบรรยากาศสงบ.
คุราชิกิซึ่งอยู่ห่างจากโอคายามะเพียงประมาณ 15 นาทีโดยรถไฟ เป็นอีกเมืองที่ควรพิจารณาหากคุณให้ความสำคัญกับบรรยากาศมากกว่าความสะดวกของเมืองใหญ่. ย่าน Bikan Historical Quarter ริมคลองที่เรียงรายด้วยโกดังเก่าและบ้านไม้สีขาวคือจุดที่โรงแรมสไตล์ดั้งเดิมและที่พักพรีเมียมขนาดไม่ใหญ่กระจุกตัวอยู่. การพักในคุราชิกิให้ความรู้สึก “ญี่ปุ่นโบราณที่ยังมีชีวิต” เดินเล่นตอนค่ำเงียบสงบ มีเพียงแสงไฟจากโคมและเสียงน้ำในคลอง โดยที่พักส่วนใหญ่มีห้องจำนวนไม่มากและราคาประมาณ 3,500–7,000 บาทต่อคืนขึ้นอยู่กับฤดูกาล ตัวอย่างเช่น Kurashiki Ivy Square Hotel หรือเรียวกังขนาดเล็กที่รีโนเวตจากโกดังเก่า.
เมื่อเทียบกับฮิโรชิมะ โอคายามะและคุราชิกิให้จังหวะการเดินทางที่ช้ากว่า เหมาะกับผู้ที่อยากใช้เวลาในสวนและย่านเมืองเก่ามากกว่าการช้อปปิง. หากคุณวางแผนทริป Chugoku แบบ 5–7 คืน การแบ่งคืนพักระหว่างฮิโรชิมะกับโอคายามะหรือคุราชิกิจะช่วยให้ได้ทั้งมิติเมืองสมัยใหม่และเสน่ห์ดั้งเดิมในทริปเดียว และยังทำให้การนั่งชินคันเซ็นระหว่างเมืองไม่ยาวจนเกินไปสำหรับผู้เดินทางพร้อมครอบครัว.
ชิมาเนะและ Izumo Taisha : สำหรับสายศาลเจ้าและบรรยากาศเงียบลึก
เส้นทางไปชิมาเนะไม่ใช่ทางเลือกแรกของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ นั่นเองที่ทำให้เหมาะกับนักเดินทางไทยที่เคยไปญี่ปุ่นหลายครั้งและต้องการพื้นที่สงบกว่า. เมืองมัตสึเอะตั้งอยู่ริมทะเลสาบชินจิ มีปราสาทไม้ดั้งเดิมและย่านบ้านซามูไรเก่าเป็นฉากหลัง โรงแรมพรีเมียมในเมืองนี้มักเล่นกับวิวทะเลสาบและภูเขาไกล ๆ มากกว่าความสูงของตึก. หากคุณเลือกพักฝั่งถนน Tamayucho หรือใกล้ริมทะเลสาบ การตื่นมาดูหมอกเช้าลอยเหนือผิวน้ำคือภาพจำที่ต่างจากเมืองใหญ่ใน Chugoku อย่างชัดเจน โดยช่วงใบไม้เปลี่ยนสีและฤดูหนาวจะให้บรรยากาศโรแมนติกเป็นพิเศษ และมีตัวเลือกที่พักอย่าง Hotel Ichibata หรือเรียวกังออนเซ็นริมทะเลสาบ.
ศาลเจ้า Izumo Taisha ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดของญี่ปุ่น อยู่ห่างจากมัตสึเอะประมาณ 1 ชั่วโมงโดยรถไฟหรือรถบัส. การเลือกพักใกล้ Izumo Taisha เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เวลาที่ศาลเจ้าแบบไม่เร่งรีบ เดินบนถนน Omotesando ที่เรียงรายด้วยร้านขนมท้องถิ่นและร้านของฝากเล็ก ๆ ก่อนเข้าสู่บริเวณศาลเจ้าที่เงียบและร่มรื่น. โรงแรมและเรียวกังในโซนนี้มักเน้นความเรียบง่ายและความเป็นส่วนตัวมากกว่าความหรูหราในเชิงดีไซน์ โดยราคามักเริ่มต้นราว 3,000–5,000 บาทต่อคืนสำหรับห้องพร้อมอาหารเช้า เช่น ที่พักสไตล์เรียวกังขนาดเล็กที่มีออนเซ็นในตัว.
ชิมาเนะจึงเหมาะกับนักเดินทางที่ให้ความสำคัญกับมิติทางจิตใจและวัฒนธรรมมากกว่าความครบเครื่องของเมืองใหญ่. หากคุณต้องการทริป Chugoku ที่มีช่วง “รีเซ็ต” จากความวุ่นวาย การแทรกคืนพักในมัตสึเอะหรือใกล้ Izumo Taisha ระหว่างการเดินทางจากฮิโรชิมะไปยามากุจิอาจเป็นตัวเลือกที่สมดุล โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศเย็นสบายและเหมาะกับการเดินเล่นยาว ๆ.
ทตโตริและทะเลทราย : ธรรมชาติแบบไม่เหมือนญี่ปุ่นที่คุ้นเคย
ภาพเนินทรายสูงชันริมทะเลญี่ปุ่นในจังหวัดทตโตริคือหนึ่งในฉากที่ทำให้ Chugoku แตกต่างจากภูมิภาคอื่นของญี่ปุ่นอย่างชัดเจน. ทะเลทรายทตโตริอยู่ห่างจากตัวเมืองทตโตริเพียงไม่กี่กิโลเมตร ทำให้การเลือกโรงแรมในเมืองแล้วออกไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับเป็นเรื่องง่าย. ย่านรอบ Tottori Station มีโรงแรมขนาดกลางถึงพรีเมียมที่เน้นความสะดวกในการเดินทางเป็นหลัก เหมาะกับผู้ที่ใช้เมืองนี้เป็นจุดแวะระหว่างการเดินทางยาวตามชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น หรือผู้ที่ต้องการนั่งรถบัสต่อไปยังจุดชมวิวตามแนวชายฝั่ง โดยมีตัวเลือกอย่าง Hotel New Otani Tottori หรือโรงแรมเชนญี่ปุ่นที่คุ้นเคย.
หากคุณต้องการสัมผัสธรรมชาติใกล้ชิดขึ้น การมองหาที่พักในโซนใกล้ทะเลทรายหรือชายฝั่งจะให้ประสบการณ์ที่ต่างออกไป. บางพื้นที่สามารถมองเห็นทั้งเนินทรายและทะเลจากห้องพัก หรืออย่างน้อยก็เดินไปยังจุดชมวิวหลักได้ภายในเวลาไม่นาน. บรรยากาศโดยรวมของทตโตริเงียบกว่าฮิโรชิมะหรือโอคายามะมาก ร้านอาหารปิดค่อนข้างเร็ว จึงเหมาะกับผู้ที่วางแผนกิจกรรมกลางวันเป็นหลักและกลับมาพักผ่อนในโรงแรมตั้งแต่หัวค่ำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งและการถ่ายภาพ เช่น ขี่อูฐ เล่นแซนด์บอร์ด หรือเดินเล่นตามแนวชายหาด.
เมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่นใน Chugoku ทตโตริให้ความรู้สึก “ปลายทางเฉพาะกิจ” มากกว่า ; คุณมาที่นี่เพราะอยากเห็นทะเลทรายและภูมิประเทศที่ไม่เหมือนญี่ปุ่นภาพจำ. สำหรับนักเดินทางไทยที่ชอบถ่ายภาพและกิจกรรมกลางแจ้ง การเพิ่ม 1–2 คืนในทตโตริเข้าไปในทริปจะทำให้เส้นทาง Chugoku มีมิติทางธรรมชาติมากขึ้นอย่างชัดเจน และยังช่วยให้คุณมีเวลาลองกิจกรรมอย่างขี่อูฐหรือเล่นแซนด์บอร์ดโดยไม่ต้องเร่งรีบ.
ยามากุจิและเส้นทางเชื่อมตะวันออก–ตะวันตกของญี่ปุ่น
ยามากุจิตั้งอยู่ปลายสุดของเกาะฮอนชู ทำหน้าที่เชื่อม Chugoku เข้ากับคิวชูอย่างเป็นธรรมชาติ. เมืองยามากุจิเองมีขนาดไม่ใหญ่ เดินสบาย มีวัดและศาลเจ้ากระจายตัวอยู่ตามเนินเขา ส่วนเมืองชิโมโนเซกิที่ปลายสุดของเกาะเป็นจุดที่มองเห็นช่องแคบคัมมงและสะพานเชื่อมไปยังคิวชู. โรงแรมในสองเมืองนี้ตอบโจทย์นักเดินทางที่ต้องการจุดพักระหว่างการเดินทางยาวจากฟุกุโอกะไปฮิโรชิมะหรือกลับกัน โดยใช้เวลานั่งชินคันเซ็นจาก Hakata ถึง Shin-Shimonoseki ราว 35–45 นาทีเท่านั้น.
สำหรับผู้ที่สนใจบรรยากาศชายฝั่งและอาหารทะเล การเลือกพักใกล้ท่าเรือในชิโมโนเซกิจะให้ประสบการณ์ที่ต่างจากเมืองอื่นใน Chugoku. ตลาดปลาและร้านอาหารริมทะเลเป็นจุดดึงดูดหลักในช่วงกลางวัน ขณะที่ตอนค่ำเมืองค่อนข้างเงียบ เหมาะกับการกลับมาพักผ่อนในห้องที่มองเห็นแสงไฟจากสะพานและเรือที่แล่นผ่าน. ยามากุจิจึงเหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับเส้นทางการเดินทางระหว่างภูมิภาคมากกว่าการปักหลักอยู่เมืองเดียว และเหมาะใช้เป็นจุดเริ่มหรือจบทริปเมื่อคุณต้องการเชื่อม Chugoku เข้ากับคิวชู โดยมีตัวเลือกโรงแรมตั้งแต่เชนธุรกิจญี่ปุ่นไปจนถึงที่พักริมอ่าวขนาดกลาง.
หากคุณวางแผนทริปที่เชื่อมคิวชูเข้ากับ Chugoku การจัดคืนพักในยามากุจิหรือชิโมโนเซกิช่วยลดความเหนื่อยจากการเดินทางยาว และเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสเมืองชายฝั่งที่มีจังหวะชีวิตต่างจากเมืองใหญ่. มองในภาพรวม ยามากุจิคือจุดปิดหรือเปิดทริป Chugoku ที่นุ่มนวล เหมาะกับนักเดินทางที่ชอบให้ทริปเริ่มและจบด้วยเมืองเงียบ ๆ มากกว่าศูนย์กลางขนาดใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางพร้อมผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก.
วางแผนเลือกเมืองและสไตล์ที่พักใน Chugoku ให้เหมาะกับคุณ
การตัดสินใจว่าควรไป Chugoku หรือไม่สำหรับนักเดินทางไทยเริ่มจากการถามตัวเองว่า คุณต้องการญี่ปุ่นแบบไหน. หากคุณชอบเมืองที่เดินทางง่าย มีพิพิธภัณฑ์และย่านช้อปปิง ฮิโรชิมะและโอคายามะคือแกนหลักของทริป. หากคุณให้ความสำคัญกับศาลเจ้าเก่าแก่และบรรยากาศเงียบลึก ชิมาเนะและ Izumo Taisha จะตอบโจทย์มากกว่า. ส่วนผู้ที่อยากเห็นภูมิประเทศแปลกตาและธรรมชาติเปิดโล่ง ทตโตริคือจุดหมายที่ไม่ควรมองข้าม โดยสามารถจัดให้อยู่ช่วงกลางทริปเพื่อสลับบรรยากาศจากเมืองสู่ธรรมชาติ.
ในมุมของสไตล์ที่พัก Chugoku เปิดโอกาสให้คุณผสมผสานได้หลากหลาย ; ใช้โรงแรมพรีเมียมในเมืองใหญ่เป็นฐานสำหรับการเดินทางด้วยชินคันเซ็น แล้วสลับไปพักเรียวกังหรือที่พักขนาดเล็กใกล้ธรรมชาติในช่วงกลางทริป. การเดินทางระหว่างจังหวัดส่วนใหญ่ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทำให้สามารถจัดทริปแบบ multi-city ได้โดยไม่รู้สึกว่าต้องย้ายโรงแรมถี่เกินไป. จุดนี้คือข้อได้เปรียบสำคัญเมื่อเทียบกับการเที่ยวเฉพาะเมืองใหญ่เมืองเดียว และยังช่วยให้คุณลองทั้งเตียงสไตล์ตะวันตกและฟุตงแบบญี่ปุ่นในทริปเดียว.
สำหรับนักเดินทางที่ออกจากไทย การวางแผนที่สมดุลคือการใช้ Chugoku เป็น “ชั้นที่สอง” ของทริปญี่ปุ่น ; เริ่มหรือจบทริปที่เมืองใหญ่ที่คุณคุ้นเคย แล้วให้ช่วงกลางทริปเป็นเวลาของฮิโรชิมะ โอคายามะ ชิมาเนะ ทตโตริ หรือยามากุจิ ตามบุคลิกการเดินทางของคุณ. หากคำตอบของคุณคืออยากได้ญี่ปุ่นที่เงียบขึ้น ลึกขึ้น แต่ยังเดินทางสะดวก Chugoku คือภูมิภาคที่ควรอยู่ในลิสต์ลำดับต้น ๆ และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับทริป 5–7 คืนที่ต้องการผสมเมืองหลักกับเมืองรอง.
Chugoku เหมาะกับนักเดินทางแบบไหนมากที่สุด ?
ภูมิภาค Chugoku เหมาะกับนักเดินทางไทยที่เคยไปญี่ปุ่นมาแล้ว ต้องการประสบการณ์ที่สงบ ลึก และหลากหลายกว่าเส้นทางหลักอย่างโตเกียวหรือโอซาก้า โดยเฉพาะผู้ที่ชอบผสมผสานเมืองขนาดกลาง แหล่งประวัติศาสตร์อย่าง Hiroshima Peace Memorial ศาลเจ้า Izumo Taisha และธรรมชาติอย่างทะเลทรายทตโตริในทริปเดียว. หากคุณให้ความสำคัญกับการเดินทางที่ไม่เร่งรีบ เมืองที่เดินสบาย และโรงแรมพรีเมียมในบรรยากาศไม่พลุกพล่าน Chugoku คือทางเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่าการปักหลักอยู่ในมหานครใหญ่.
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวและพักใน Chugoku
ควรเริ่มเที่ยว Chugoku จากเมืองไหนก่อน ?
สำหรับนักเดินทางจากไทย การเริ่มต้นที่ฮิโรชิมะหรือโอคายามะสะดวกที่สุด เพราะทั้งสองเมืองอยู่บนเส้นชินคันเซ็นหลักและเชื่อมต่อกับเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นได้ง่าย. ฮิโรชิมะเหมาะกับผู้ที่ต้องการฐานเมืองใหญ่ มีพิพิธภัณฑ์และแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมือง ส่วนโอคายามะเหมาะกับผู้ที่อยากผสมสวนญี่ปุ่นชื่อดังและการต่อรถไฟไปคุราชิกิหรือจังหวัดใกล้เคียง.
เดินทางไป Chugoku จากโตเกียวหรือโอซาก้าอย่างไรดี ?
การเดินทางที่สมดุลที่สุดคือใช้รถไฟชินคันเซ็นจากโตเกียวหรือโอซาก้าไปยังฮิโรชิมะหรือโอคายามะ ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงและเชื่อมต่อไปยังเมืองอื่นใน Chugoku ได้สะดวก. หากคุณบินจากไทยไปลงฟุกุโอกะในคิวชู ก็สามารถนั่งชินคันเซ็นย้อนขึ้นมาทางยามากุจิและฮิโรชิมะได้เช่นกัน ทำให้จัดเส้นทางเชื่อมคิวชูกับ Chugoku ได้อย่างลื่นไหล.
ควรใช้เวลากี่คืนใน Chugoku จึงจะคุ้ม ?
หากต้องการเห็นภาพรวมของ Chugoku แบบไม่เร่งรีบ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 5–7 คืน แบ่งระหว่างฮิโรชิมะหรือโอคายามะเป็นฐานหลัก แล้วเพิ่มคืนในเมืองที่คุณสนใจเป็นพิเศษ เช่น คุราชิกิ ชิมาเนะ หรือทตโตริ. หากมีเวลาเพียง 3–4 คืน การโฟกัสที่ 1–2 เมืองหลักจะทำให้การเดินทางไม่แน่นเกินไปและมีเวลาสัมผัสเมืองจริง ๆ.
Chugoku เหมาะกับการเที่ยวครอบครัวหรือไม่ ?
Chugoku เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการจังหวะการเดินทางสบาย ๆ เมืองไม่ใหญ่เกินไปและมีทั้งแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์อย่าง Hiroshima Peace Memorial ธรรมชาติอย่างทะเลทรายทตโตริ และสวนญี่ปุ่นในโอคายามะ. อย่างไรก็ตาม หากครอบครัวของคุณชอบสวนสนุกขนาดใหญ่หรือย่านช้อปปิงขนาดมหึมา เมืองใหญ่เช่นโตเกียวหรือโอซาก้าอาจตอบโจทย์ด้านนั้นได้มากกว่า จึงเหมาะจะผสมสองภูมิภาคเข้าด้วยกัน.
ควรเลือกพักโรงแรมในเมืองใหญ่หรือเรียวกังใกล้ธรรมชาติดีกว่า ?
คำตอบขึ้นอยู่กับสไตล์การเดินทางของคุณ ; หากเน้นความสะดวกในการเดินทางด้วยรถไฟและต้องการร้านอาหารให้เลือกมาก โรงแรมในเมืองใหญ่เช่นฮิโรชิมะและโอคายามะจะเหมาะกว่า. แต่ถ้าคุณต้องการช่วงเวลาพักผ่อนเงียบ ๆ ใกล้ศาลเจ้า Izumo Taisha หรือธรรมชาติในทตโตริ การเลือกเรียวกังหรือที่พักใกล้ธรรมชาติสัก 1–2 คืนจะทำให้ทริป Chugoku มีมิติและจังหวะที่หลากหลายขึ้น.