ภาพรวม รัฐนิวยอร์ก สำหรับนักเดินทางจากไทยที่มองหาที่พักระดับพรีเมียม
การวางแผนทริปไปรัฐนิวยอร์กสำหรับคนไทยที่คุ้นกับมาตรฐานโรงแรมหรูในกรุงเทพหรือภูเก็ต ต้องคิดต่างจากการไปแค่เมืองนิวยอร์กอย่างเดียวเล็กน้อย เพราะทั้งรัฐมีพื้นที่กว่า 140,000 ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่ตึกสูงริม Hudson River ไปจนถึงภูเขาและทะเลสาบเงียบสงบใน Adirondacks และ Finger Lakes ที่ให้บรรยากาศคนละโลกกับแมนฮัตตันโดยสิ้นเชิง จุดสำคัญคือคุณต้องเลือกก่อนว่าทริปนี้อยากได้จังหวะเมืองใหญ่ ศิลปะ และร้านอาหาร หรืออยากได้ธรรมชาติ อากาศเย็น และรีสอร์ตเงียบ ๆ ที่ใช้เวลาอยู่ในห้องมากกว่านอกห้อง
รัฐนี้มีประชากรราว 20 ล้านคน เมืองหลวงคือ Albany ไม่ใช่ New York City อย่างที่หลายคนเข้าใจ ทำให้โครงสร้างเมืองและภูมิภาคค่อนข้างหลากหลาย โรงแรมระดับหรูจึงกระจุกตัวในบางโซน ไม่ได้กระจายทั่วทั้งรัฐเหมือนจุดหมายท่องเที่ยวขนาดเล็ก ถ้าคุณเคยชินกับการเลือกโรงแรมในไทยจากคำว่า “ติดห้าง” หรือ “ติดทะเล” ที่รัฐนิวยอร์กต้องเปลี่ยนมาโฟกัสเรื่องย่าน การเดินทางด้วยรถไฟหรือรถยนต์ และบรรยากาศรอบโรงแรมแทน
สำหรับนักเดินทางจากไทยที่ต้องการความสะดวกสบายระดับสูง รัฐนิวยอร์กเหมาะที่สุดสำหรับสามสไตล์หลัก คือ ทริปเมืองใหญ่ใน New York City ทริปธรรมชาติหรูใน Adirondack Mountains และทริปชม Niagara Falls แบบพักผ่อนจริงจังฝั่งอเมริกา แต่ละแบบให้ประสบการณ์โรงแรมที่ต่างกันชัดเจน ตั้งแต่ห้องพักวิวเส้นขอบฟ้า ไปจนถึงห้องไม้เพดานสูงริมทะเลสาบที่เงียบจนได้ยินเสียงใบไม้
New York City: ใจกลางรัฐที่สายโรงแรมหรูไม่ควรพลาด
แมนฮัตตันตอนล่างแถว Wall Street ให้บรรยากาศต่างจากย่าน Central Park South อย่างชัดเจน ทั้งที่อยู่ในเกาะเดียวกัน โรงแรมหรูย่านการเงินมักเหมาะกับคนที่ต้องการความเงียบในตอนกลางคืนและการเดินทางไปสนามบินที่ชัดเจน ส่วนย่านใกล้ Fifth Avenue หรือ Madison Avenue เหมาะกับคนที่อยากเดินช้อปปิ้งและแวะพิพิธภัณฑ์ในวันเดียว ถ้าคุณชอบตื่นมาแล้วเดินไม่กี่นาทีถึงร้านกาแฟดี ๆ และร้านอาหารระดับ fine dining ย่าน Midtown และ Upper East Side คือคำตอบ
สำหรับนักเดินทางจากไทยที่เคยพักโรงแรมหรูในกรุงเทพ การเลือกโรงแรมใน New York City ควรดูมากกว่าขนาดห้อง เพราะห้องในเมืองนี้มักเล็กกว่าที่คุ้นเคย แต่ชดเชยด้วยวิวและบริการ ห้องมุมที่มองเห็นทั้ง Hudson River และเส้นตึกสูงของ Midtown ให้ความรู้สึก “นิวยอร์กแท้” มากกว่าห้องใหญ่แต่ไม่มีวิวชัดเจนในย่านรอง ตัวอย่างเช่น โรงแรมระดับหรูอย่าง The Plaza Hotel ใกล้ Central Park หรือ The Langham, New York, Fifth Avenue ใน Midtown มักมีงบเริ่มต้นราวคืนละ 500–800 ดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูลราคาโดยประมาณจากแพลตฟอร์มจองโรงแรมหลัก ณ ปี 2024) ถ้าคุณวางแผนเที่ยวทั้งรัฐ การพักในเมือง 3–4 คืนแรกเพื่อปรับเวลาและสัมผัสจังหวะเมือง ก่อนจะต่อไปยังส่วนอื่นของรัฐนิวยอร์กเป็นจังหวะที่สมดุล
ย่าน SoHo และ Tribeca ทางตอนล่างของแมนฮัตตันเหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์และบรรยากาศถนนมากกว่าวิวตึกสูง ถนนปูหินบน West Broadway หรือถนน Franklin Street ใน Tribeca มีคาแรกเตอร์ชัดเจน ร้านอาหารเล็ก ๆ และบาร์ไวน์ที่คนท้องถิ่นใช้จริง ทำให้การกลับโรงแรมตอนกลางคืนไม่รู้สึกเหมือนอยู่ในย่านท่องเที่ยวล้วน ถ้าคุณชอบเดินเล่นหลังมื้อค่ำและมองหาย่านที่มีชีวิตในระยะเดินเท้า นี่คือโซนที่ควรเริ่มดูโรงแรมก่อน โดยเฉลี่ยจากสนามบิน JFK หรือ Newark เข้าสู่แมนฮัตตันใช้เวลาประมาณ 45–90 นาที ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและวิธีเดินทาง (ข้อมูลเวลาเดินทางอ้างอิงจากคู่มือท่องเที่ยวและเว็บไซต์สนามบิน ณ ปี 2024)
Niagara Falls และฝั่งตะวันตกของรัฐ: เมื่อวิวธรรมชาติคือไฮไลต์ของห้องพัก
เสียงน้ำตกที่ดังต่อเนื่องทั้งคืนคือประสบการณ์ที่โรงแรมใน Niagara Falls ฝั่งรัฐนิวยอร์กมอบให้ได้แบบที่เมืองอื่นทำไม่ได้ ห้องพักที่หันหน้าเข้าหา American Falls หรือ Horseshoe Falls ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติแบบไม่ต้องออกจากห้อง เพียงแค่เปิดม่านในตอนเช้า สำหรับนักเดินทางจากไทยที่คุ้นกับวิวทะเลอันดามัน การได้เห็นม่านน้ำขนาดมหึมาจากหน้าต่างห้องพักเป็นอีกมิติหนึ่งของ “วิวหรู” ที่ควรลองสักครั้ง
เมือง Niagara Falls อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐ ห่างจาก New York City หลายร้อยกิโลเมตร จึงเหมาะกับการจัดเป็นอีกช่วงหนึ่งของทริป ไม่ใช่แค่เดย์ทริปจากเมืองใหญ่ โรงแรมระดับพรีเมียมในโซนนี้มักเน้นห้องที่มองเห็นน้ำตกหรือแม่น้ำ Niagara มากกว่าสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ดังนั้นเวลาเลือก ควรให้ความสำคัญกับทิศของห้องและชั้นที่พักเป็นพิเศษ ตัวอย่างเช่น โรงแรมอย่าง Seneca Niagara Resort & Casino หรือโรงแรมเชนระดับสากลริมแม่น้ำมักมีงบเริ่มต้นราวคืนละ 200–350 ดอลลาร์สหรัฐ (อ้างอิงช่วงราคาจากเว็บไซต์จองโรงแรมยอดนิยม ณ ปี 2024) ถ้าคุณชอบใช้เวลาช่วงเย็นในห้อง ชมแสงไฟที่ส่องน้ำตกหลังพระอาทิตย์ตก การจองห้องชั้นสูงฝั่งวิวตรงคือจุดที่ไม่ควรประนีประนอม
บริเวณรอบเมืองยังมีเส้นทางไวน์และทะเลสาบเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ เหมาะกับการขับรถออกไปครึ่งวันแล้วกลับมาพักผ่อนในโรงแรมแบบไม่เร่งรีบ เมื่อเทียบกับ New York City บรรยากาศที่ Niagara Falls ผ่อนคลายกว่าอย่างชัดเจน เหมาะกับคู่รักหรือครอบครัวที่ต้องการช่วงเวลาพักจริง ๆ ระหว่างทริปยาวในรัฐนิวยอร์ก ถ้าคุณเดินทางจากไทยและมีเวลามากกว่า 7–10 วัน การแบ่งทริปเป็นเมืองใหญ่บวก Niagara Falls จะทำให้จังหวะการเดินทางไม่หนักจนเกินไป โดยทั่วไปการเดินทางจาก New York City ไป Niagara Falls สามารถบินภายในประเทศไปลง Buffalo Niagara International Airport ใช้เวลาบินราว 1.5 ชั่วโมง แล้วต่อรถอีกประมาณ 30–40 นาที (ข้อมูลเวลาเดินทางอ้างอิงจากตารางบินและคำแนะนำสนามบิน ณ ปี 2024)
Adirondack Mountains และทะเลสาบทางเหนือ: รีสอร์ตเงียบสำหรับคนที่อยากหนีเมือง
เส้นทางขึ้นไปยัง Adirondack Mountains ทางตอนเหนือของรัฐนิวยอร์กเปลี่ยนภาพจากตึกสูงเป็นป่าสนและทะเลสาบภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงจาก Albany เมืองหลวงของรัฐ บริเวณนี้คือคำตอบของคนที่อยากได้รีสอร์ตเงียบ ห้องพักไม้ เพดานสูง เตาผิง และระเบียงที่มองออกไปเห็นผิวน้ำเรียบในตอนเช้า ถ้าคุณเคยชอบรีสอร์ตบนดอยอินทนนท์หรือเขาใหญ่ บรรยากาศ Adirondacks ให้ความรู้สึกคล้ายกัน แต่ในสเกลที่ใหญ่กว่าและอากาศเย็นกว่า
เมืองเล็ก ๆ รอบทะเลสาบ เช่น แถบ Lake Placid ที่ใช้จัดการแข่งขันกีฬาในฤดูหนาว มีรีสอร์ตที่เน้นความเป็นส่วนตัวและกิจกรรมกลางแจ้งมากกว่าสิ่งบันเทิงในตัวโรงแรม ห้องพักแบบกระท่อมแยกหลังหรืออาคารเตี้ยริมทะเลสาบเหมาะกับคนที่อยากใช้เวลานั่งอ่านหนังสือ เดินป่าเบา ๆ หรือพายเรือคายักตอนเช้า รีสอร์ตชื่อดังในพื้นที่อย่าง Mirror Lake Inn Resort & Spa หรือ High Peaks Resort มักมีงบเริ่มต้นราวคืนละ 250–400 ดอลลาร์สหรัฐ (ช่วงราคาประมาณจากข้อมูลจองออนไลน์ ณ ปี 2024) สำหรับนักเดินทางจากไทยที่มักพักโรงแรมสูงในเมือง การเปลี่ยนมาอยู่ในพื้นที่ที่ไฟถนนมีน้อยและดาวชัดเจนบนท้องฟ้า เป็นประสบการณ์ที่เปลี่ยนจังหวะชีวิตอย่างชัดเจน
ควรเข้าใจว่าโซนนี้ของรัฐนิวยอร์กเน้นธรรมชาติเป็นหลัก ร้านอาหารและคาเฟ่ไม่ได้เปิดดึกแบบแมนฮัตตัน การเลือกโรงแรมจึงควรดูว่ามีกิจกรรมกลางแจ้งหรือบริการเสริมอะไรให้บ้างในพื้นที่ เช่น เส้นทางเดินป่าใกล้ ๆ หรือการพายเรือในทะเลสาบ ถ้าคุณเดินทางเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน การมีพื้นที่ส่วนกลางกว้าง ๆ ระเบียงใหญ่ และวิวภูเขาอาจสำคัญกว่าความหรูของล็อบบี้เสียอีก โดยทั่วไปการขับรถจาก Albany ไปยังโซน Lake Placid ใช้เวลาประมาณ 2.5–3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและเส้นทาง (ควรตรวจสอบสภาพถนนในฤดูหนาวจากหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเดินทาง)
Finger Lakes และภูมิภาคไวน์: สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับอาหารและไวน์
แถบ Finger Lakes ตอนกลางของรัฐนิวยอร์กคือพื้นที่ที่คนอเมริกันจำนวนมากเลือกมาพักผ่อนแบบเงียบ ๆ ในรีสอร์ตริมทะเลสาบและไร่องุ่น ทะเลสาบยาวเรียงตัวกันเหมือนนิ้วมือ ทำให้หลายโรงแรมมีหน้าห้องพักหันเข้าหาน้ำโดยตรง ระเบียงยาว และสนามหญ้าลาดลงไปถึงท่าเรือเล็ก ๆ ถ้าคุณเป็นคนไทยที่ชอบทริปเขาใหญ่หรือเชียงรายสายไร่องุ่นและอาหารดี ๆ ภูมิภาคนี้ของรัฐนิวยอร์กจะตอบโจทย์ในบรรยากาศที่เย็นกว่าและวิวกว้างกว่า
โรงแรมระดับพรีเมียมในโซนนี้มักผูกกับประสบการณ์อาหารและไวน์มากกว่าสิ่งอื่น ห้องอาหารที่มองเห็นไร่องุ่น การจับคู่ไวน์กับเมนูตามฤดูกาล และมื้อเช้าที่เสิร์ฟแบบสงบในห้องกระจกคือไฮไลต์ที่แท้จริง เมื่อเลือกที่พัก ควรดูว่ามีการเข้าถึงไร่องุ่นรอบ ๆ ง่ายเพียงใด และโรงแรมมีบริการจัดทัวร์ชิมไวน์หรือไม่ เพราะการขับรถเองหลังชิมไวน์ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก ตัวอย่างเช่น รีสอร์ตริมทะเลสาบอย่าง The Lake House on Canandaigua หรือ Inns of Aurora Resort & Spa มักมีงบเริ่มต้นราวคืนละ 250–450 ดอลลาร์สหรัฐ (ช่วงราคาประมาณจากผู้ให้บริการจองโรงแรม ณ ปี 2024) สำหรับนักเดินทางจากไทยที่ให้ความสำคัญกับมื้ออาหารมากกว่าสิ่งอื่น นี่คือภูมิภาคที่ควรจัดเวลาให้สัก 2–3 คืน
เมืองเล็ก ๆ รอบทะเลสาบ เช่น บริเวณริมถนน State Route 14 ที่วิ่งเลียบทะเลสาบบางช่วง มีร้านอาหารท้องถิ่นและคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ใช้ชีวิตแบบช้า ๆ บรรยากาศต่างจาก New York City อย่างสิ้นเชิง ไม่มีเสียงไซเรนหรือแสงไฟแรง ๆ ในตอนกลางคืน มีเพียงแสงจากบ้านพักและรีสอร์ตที่สะท้อนบนผิวน้ำ ถ้าคุณต้องการช่วงเวลาพักสายตาจากจอและป้ายโฆษณา นี่คือโซนที่ให้ความรู้สึก “พักจริง” มากกว่าทุกที่ในรัฐ
Albany และเมืองรอง: ตัวเลือกสำหรับนักเดินทางที่อยากเห็นมุมการใช้ชีวิตจริงของรัฐ
Albany เมืองหลวงของรัฐนิวยอร์กตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Hudson ห่างจาก New York City ขึ้นไปทางเหนือราว 240 กิโลเมตร ให้บรรยากาศเมืองขนาดกลางที่มีอาคารรัฐสภาและย่านประวัติศาสตร์มากกว่าตึกสูง สำหรับนักเดินทางจากไทยที่อยากเห็นมิติ “การบริหารรัฐ” ของรัฐนิวยอร์ก การพักใกล้ State Capitol บน State Street ทำให้คุณเดินถึงอาคารสำคัญได้ง่ายในระยะไม่กี่ร้อยเมตร โรงแรมระดับพรีเมียมในเมืองนี้มักเน้นความสะดวกในการเข้าถึงย่านราชการและศูนย์ประชุม
เมืองรองอื่น ๆ เช่น Rochester หรือ Syracuse ให้ภาพของรัฐนิวยอร์กที่ต่างจากภาพจำของแมนฮัตตันอย่างสิ้นเชิง เป็นเมืองที่เติบโตจากอุตสาหกรรมและกำลังปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจภาคบริการมากขึ้น โรงแรมในเมืองเหล่านี้มักตอบโจทย์นักเดินทางธุรกิจหรือคนที่มาเยี่ยมมหาวิทยาลัยมากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ก็มีตัวเลือกที่ตกแต่งดีและให้ความสะดวกสบายในระดับที่น่าพอใจ ถ้าคุณวางแผนขับรถตัดผ่านรัฐ การแวะพักหนึ่งคืนในเมืองรองเหล่านี้ช่วยแบ่งระยะทางและเปิดมุมมองใหม่ต่อรัฐได้ดี โดยทั่วไปงบโรงแรมระดับกลางถึงพรีเมียมใน Albany, Rochester หรือ Syracuse มักเริ่มราวคืนละ 150–250 ดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลเฉลี่ยจากเว็บไซต์จองโรงแรม ณ ปี 2024
ข้อดีของการพักใน Albany หรือเมืองรองคือบรรยากาศที่ผ่อนคลายกว่า New York City อย่างชัดเจน ถนนไม่หนาแน่นเท่า ผู้คนใช้ชีวิตในจังหวะที่ช้ากว่า ทำให้การกลับโรงแรมในตอนเย็นรู้สึกสบายกว่า สำหรับนักเดินทางจากไทยที่ไม่ต้องการทริปที่เต็มไปด้วยคนและเสียงตลอดเวลา การผสมผสานคืนพักในเมืองรองเข้ากับคืนในเมืองใหญ่คือสมดุลที่น่าสนใจในทริปสำรวจรัฐนิวยอร์ก
วิธีเลือกโรงแรมใน รัฐนิวยอร์ก ให้ตรงสไตล์นักเดินทางจากไทย
การเลือกโรงแรมในรัฐนิวยอร์กสำหรับคนไทยควรเริ่มจากการถามตัวเองว่า “คืนนี้อยากเห็นอะไรจากหน้าต่างห้อง” มากกว่าคำถามทั่วไปเรื่องทำเลกลางเมือง ถ้าคุณอยากเห็นแสงไฟและเส้นขอบฟ้า ให้โฟกัส New York City โดยเฉพาะห้องที่มองเห็น Central Park หรือแม่น้ำ Hudson แต่ถ้าคุณอยากเห็นน้ำตกหรือทะเลสาบเงียบ ๆ Niagara Falls, Adirondacks และ Finger Lakes คือคำตอบ ภายในรัฐเดียวกัน คุณสามารถจัดทริปที่เริ่มจากวิวตึกสูงและจบที่วิวป่าสนได้อย่างลงตัว
สำหรับนักเดินทางจากไทยที่คุ้นกับการเดินทางด้วยรถแท็กซี่หรือรถส่วนตัว การวางแผนในรัฐนิวยอร์กควรคำนึงถึงระบบขนส่งสาธารณะและระยะทางระหว่างเมืองมากขึ้น โรงแรมในแมนฮัตตันที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินหลัก หรือใกล้สถานีรถไฟระหว่างเมือง เช่น บริเวณรอบสถานีใหญ่ในเมือง จะช่วยให้การต่อรถไฟไปยัง Albany หรือภูมิภาคอื่นสะดวกขึ้น ส่วนในโซนธรรมชาติ การมีที่จอดรถสะดวกและทางเข้าที่ชัดเจนสำคัญกว่าความใกล้ตัวเมือง
ท้ายที่สุด การเลือกว่าจะพักกี่คืนในแต่ละโซนขึ้นอยู่กับจังหวะชีวิตที่คุณต้องการจากทริปนี้ ถ้าคุณมีเวลา 7 คืน การแบ่งเป็น New York City 3 คืน บวก Niagara Falls 2 คืน และอีก 2 คืนใน Adirondacks หรือ Finger Lakes จะให้ภาพรัฐนิวยอร์กที่ครบทั้งเมืองใหญ่ ธรรมชาติ และอาหาร ถ้าคุณมีเวลาน้อยกว่านั้น การโฟกัสแค่เมืองใหญ่บวกหนึ่งภูมิภาคธรรมชาติที่ตรงสไตล์ที่สุด จะทำให้ทริปไม่เร่งเกินไปและยังคงความพรีเมียมของประสบการณ์โรงแรมในทุกคืน
New york state usa เหมาะกับนักเดินทางแบบไหนที่สุด ?
รัฐนิวยอร์กเหมาะกับนักเดินทางจากไทยที่ต้องการมากกว่าการไปถ่ายรูป Times Square แล้วกลับ เพราะภายในรัฐเดียวกันมีทั้งเมืองใหญ่ระดับโลก น้ำตก Niagara Falls ภูเขา Adirondacks และภูมิภาคไวน์อย่าง Finger Lakes ให้เลือก ถ้าคุณชอบโรงแรมหรูในเมือง บรรยากาศศิลปะ ร้านอาหาร และการเดินเท้า New York City คือฐานหลักที่ควรใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของทริป ถ้าคุณให้ความสำคัญกับวิวธรรมชาติ ห้องพักเงียบ และอากาศเย็น การเพิ่มคืนพักใน Niagara Falls หรือรีสอร์ตริมทะเลสาบทางเหนือจะทำให้ทริปสมดุลและคุ้มค่าการบินจากไทยมากขึ้น
FAQ
เมืองหลวงของรัฐนิวยอร์กคือที่ไหน ?
เมืองหลวงของรัฐนิวยอร์กคือ Albany ไม่ใช่ New York City อย่างที่หลายคนเข้าใจ เมืองนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Hudson ทางตอนเหนือของรัฐ และเป็นศูนย์กลางด้านการบริหารและการเมืองของรัฐนิวยอร์ก
ควรใช้เวลากี่วันใน New York State ถ้าเดินทางจากไทย ?
ถ้าคุณบินจากไทย ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 7 คืนเพื่อให้คุ้มกับระยะทางและการปรับเวลา โดยแบ่งเป็นพักใน New York City 3–4 คืน และอีก 3–4 คืนในภูมิภาคอื่น เช่น Niagara Falls, Adirondack Mountains หรือ Finger Lakes ตามสไตล์ที่ชอบ
New York State มีธรรมชาติเด่นอะไรบ้างนอกจากเมืองนิวยอร์ก ?
นอกจากเมืองนิวยอร์ก รัฐนี้มีน้ำตก Niagara Falls ทางตะวันตกเฉียงเหนือ มีเทือกเขา Adirondack ทางตอนเหนือที่เต็มไปด้วยทะเลสาบและป่าสน และภูมิภาคทะเลสาบ Finger Lakes ตอนกลางของรัฐที่ขึ้นชื่อเรื่องไร่องุ่นและวิวทะเลสาบยาวเรียงตัวกัน
ควรเลือกพักย่านไหนใน New York City ถ้าเน้นเที่ยวและเดินทางสะดวก ?
ถ้าเน้นเที่ยวและเดินทางสะดวก ย่าน Midtown ใกล้สถานีรถไฟหลักและเส้นรถไฟใต้ดินสำคัญเหมาะที่สุด เพราะเดินทางไปยังย่านท่องเที่ยวหลักอย่าง Times Square, Central Park และ Fifth Avenue ได้ง่าย และยังสะดวกต่อการต่อรถไฟไปเมืองอื่นในรัฐ
New York State เหมาะกับการเที่ยวแบบครอบครัวหรือคู่รักมากกว่ากัน ?
รัฐนิวยอร์กเหมาะทั้งคู่ แต่ให้ประสบการณ์ต่างกัน สำหรับคู่รัก การผสม New York City กับ Niagara Falls หรือรีสอร์ตริมทะเลสาบใน Adirondacks จะได้บรรยากาศโรแมนติกและเงียบสงบ ส่วนครอบครัวอาจเลือกเมืองใหญ่บวก Niagara Falls ที่มีกิจกรรมกลางแจ้งและวิวที่ดึงดูดเด็ก ๆ ได้ง่าย