ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
โฮจิมินห์ซิตี้ เวียดนาม เหมาะกับนักเดินทางไทยสายโรงแรมพรีเมียมหรือไม่ สำรวจย่านยอดนิยม เขต 1 เขต 2 ถ่าวเดียน และเขต 3 พร้อมตัวอย่างโรงแรมหรู ช่วงเวลาน่าเที่ยว และเคล็ดลับเลือกทำเลให้ตรงสไตล์ทริปเมืองใหญ่

โฮจิมินห์ซิตี้ เวียดนาม เหมาะกับนักเดินทางไทยสายโรงแรมพรีเมียมหรือไม่

เสียงแตรรถบนถนนเหงียนเหวียนเหงียะ (Nguyen Hue) ผสมกลิ่นกาแฟดริปเวียดนามเข้มข้น คือภาพแรกของโฮจิมินห์ซิตี้ที่ต่างจากฮานอยอย่างชัดเจน เมืองใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของเวียดนามแห่งนี้มีประชากรในเขตมหานครราว 10–12 ล้านคน จังหวะชีวิตเร็ว คล้ายกรุงเทพฯ แต่หนาแน่นกว่า และเป็นเวทีของโรงแรมหรูสไตล์เมืองที่จริงจังกับดีไซน์และบริการมากขึ้นทุกปี

สำหรับนักเดินทางจากไทยที่คุ้นกับมาตรฐานโรงแรมในกรุงเทพฯ ภูเก็ต หรือสมุย โฮจิมินห์ซิตี้ เวียดนาม ไม่ได้ให้ความรู้สึก “รีสอร์ตพักผ่อน” เท่าไร แต่โดดเด่นเรื่องบรรยากาศมหานครเอเชียเก่าใหม่ปะทะกัน เหมาะกับทริปสั้น 2–3 คืน ที่เน้นห้องพักสบาย ทำเลดี ใกล้ร้านอาหารและบาร์มากกว่าพื้นที่สีเขียวหรือชายหาด

คำตอบตรงไปตรงมา คือ เมืองนี้เหมาะกับคนที่ชอบพลังงานของเมืองใหญ่ ชอบเดินสำรวจย่านเก่า ชอบคาเฟ่และบาร์รูฟท็อป และต้องการใช้โรงแรมเป็นฐานออกไปสัมผัสเมือง ไม่ใช่ใช้เวลาเกือบทั้งหมดอยู่ในรีสอร์ต หากคุณมองหาความเงียบแบบเขาใหญ่หรือทะเลใต้ เมืองนี้อาจไม่ใช่คำตอบแรก แต่ถ้าคุณชอบกรุงเทพฯ ฝั่งสาทรหรือสุขุมวิทตอนกลาง โฮจิมินห์ซิตี้จะรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด

ภาพรวมเมือง : จากไซ่ง่อนประวัติศาสตร์สู่มหานครเศรษฐกิจ

ชื่อเดิมไซ่ง่อนยังติดปากคนท้องถิ่น โดยเฉพาะเมื่อพูดถึง “เขต 1” ใจกลางเมืองที่รวมอาคารยุคอาณานิคมฝรั่งเศสไว้หนาแน่น เมืองก่อตั้งอย่างเป็นทางการปลายศตวรรษที่ 17 ก่อนจะเติบโตเป็นศูนย์กลางการค้า และถูกเปลี่ยนชื่อเป็นโฮจิมินห์ซิตี้หลังปี 1976 วันนี้เมืองนี้คือหัวใจเศรษฐกิจของเวียดนาม เชื่อมต่อด้วยสนามบินนานาชาติทันสมัยและโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว

ย่านสำคัญสำหรับนักเดินทางที่มองหาโรงแรมพรีเมียมกระจุกตัวอยู่ไม่ไกลกันมาก เขต 1 รอบถนนด่งคอย (Dong Khoi) และเลถั่นตน (Le Thanh Ton) คือโซนคลาสสิก ใกล้โบสถ์น็อทร์ดาม โรงละครโอเปรา และศูนย์การค้าสมัยใหม่ ส่วนเขต 3 ให้บรรยากาศที่อยู่อาศัยมากขึ้น ถนนกว้าง มีต้นไม้ร่มรื่นกว่าเล็กน้อย เหมาะกับคนที่อยากได้ความสงบขึ้นอีกนิดแต่ยังนั่งรถสั้นๆ ถึงแลนด์มาร์กหลัก

ฝั่งแม่น้ำไซ่ง่อน เขต 2 โดยเฉพาะย่านถ่าวเดียน (Thao Dien) กลายเป็นพื้นที่ของชาวต่างชาติ ร้านอาหารดีไซน์จัดจ้าน และโรงแรมสไตล์รีสอร์ตในเมืองที่มองเห็นสกายไลน์ฝั่งเขต 1 จากอีกฟากน้ำ ใครที่อยากได้ความรู้สึก “หนีเมือง” แต่ยังอยากอยู่ในโฮจิมินห์ซิตี้ เวียดนาม มักเลือกพักแถวนี้ แล้วเข้าเมืองด้วยรถยนต์ประมาณ 20–30 นาที

เลือกพักเขตไหนในโฮจิมินห์ซิตี้ให้ตรงสไตล์การเดินทาง

เขต 1 คือคำตอบตรงไปตรงมาสำหรับทริปแรก โดยเฉพาะถ้าคุณมีเวลาไม่มากและอยากเดินถึงแลนด์มาร์กหลักได้ง่าย จากถนนด่งคอย คุณเดินไม่กี่นาทีก็ถึงถนนคนเดินเหงียนเหวียนเหงียะ ลานกว้างที่คนเมืองมานั่งเล่นยามเย็น มองตึกที่ว่าการประชาชนสไตล์ฝรั่งเศสส่องไฟสวยในระยะไม่ถึง 500 เมตร บรรยากาศคล้ายสยามสแควร์ผสมราชดำเนิน

ตัวอย่างโรงแรมในเขต 1 เช่น The Reverie Saigon บนถนนด่งคอย ห้องพักมาตรฐานมักเริ่มราว 7,000–9,000 บาทต่อคืน หรือ Caravelle Saigon ใกล้โรงละครโอเปรา ที่ช่วงปกติห้องดีลักซ์อยู่ประมาณ 4,000–6,000 บาทต่อคืน ส่วนโรงแรมระดับพรีเมียมแถวถนนเลลอยอย่าง New World Saigon Hotel ก็เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับนักเดินทางไทย

เขต 3 เหมาะกับนักเดินทางที่เคยมาแล้วสักครั้ง รู้สึกว่าเขต 1 หนาแน่นไปหน่อย และอยากได้โรงแรมที่ถอยออกมาจากความวุ่นวายเล็กน้อย ถนนเลกวีดง (Le Quy Don) หรือเหงียนถี่มิงไค่ (Nguyen Thi Minh Khai) มีคาเฟ่และร้านอาหารท้องถิ่นน่าสนใจ แถมยังนั่งแท็กซี่ไม่ถึง 10 นาทีถึงย่านโอเปรา

ฝั่งถ่าวเดียนในเขต 2 ให้บรรยากาศต่างออกไปชัดเจน บ้านเดี่ยวสไตล์วิลล่า ร้านไวน์บาร์ และร้านอาหารนานาชาติเรียงรายริมถนนซองแฮ็ง (Song Hanh) นักเดินทางไทยที่คุ้นกับทองหล่อหรืออารีย์มักชอบย่านนี้ เพราะมีความเป็นย่านชาวต่างชาติที่ยังไม่ท่องเที่ยวจ๋าเกินไป แต่ต้องยอมรับเรื่องเวลาเดินทางเข้าเมือง โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วนที่รถติดจริงจัง

บรรยากาศเมืองและประสบการณ์ที่ควรคาดหวัง

เสียงมอเตอร์ไซค์คือซาวนด์แทร็กหลักของโฮจิมินห์ซิตี้ สี่แยกใหญ่ใกล้ตลาดเบนถั่นในชั่วโมงเร่งด่วนอาจทำให้คนไม่คุ้นรู้สึกมึนเล็กน้อย แต่เมื่อเริ่มเข้าใจจังหวะการข้ามถนน คุณจะเห็นเสน่ห์ของเมืองที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา คาเฟ่เปิดเช้าตรู่ ร้านอาหารริมทางย่างหมูหอมกรุ่นตั้งแต่ก่อนแปดโมงเช้า กลิ่นกาแฟผสมกลิ่นสมุนไพรจากชามเฝอร้อนๆ

ย่านเก่ารอบถนนเหงียนไทร (Nguyen Trai) และฟามงูเหล่า (Pham Ngu Lao) เต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้าเล็กๆ ร้านอาหารเวียดนามแบบบ้านๆ และบาร์ที่เปิดเพลงดังไปถึงฟุตปาธ ใครที่ชอบเดินสำรวจตรอกซอกซอยจะสนุกกับการหลงทางในละแวกนี้ แต่ถ้าคุณต้องการความเป็นส่วนตัวและความเงียบในยามค่ำคืน การเลือกโรงแรมในซอยลึกหรือเขต 3 จะตอบโจทย์มากกว่า

กลางคืน เมืองเปลี่ยนโหมดเป็นแสงไฟจากตึกสูงและรูฟท็อปบาร์ริมแม่น้ำไซ่ง่อน นักเดินทางไทยที่คุ้นกับวิวเจ้าพระยาจะชอบการนั่งมองเรือแล่นผ่านสะพานบิ่นถั่น (Binh Thanh) จากอีกฟากน้ำ ความต่างคือสกายไลน์ของโฮจิมินห์ซิตี้ เวียดนาม ยังอยู่ในช่วงก่อรูป ตึกสูงสมัยใหม่สลับกับอาคารเตี้ยเก่าแก่ ทำให้วิวมีเลเยอร์น่าสนใจ

โฮจิมินห์ซิตี้เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร

นักเดินทางสายเมืองที่ชอบกรุงเทพฯ โตเกียว หรือโซล มักหลงรักโฮจิมินห์ซิตี้ได้ไม่ยาก เมืองนี้เหมาะกับคนที่ชอบตื่นเช้าไปจิบกาแฟดริปในคาเฟ่เล็กๆ แถวถนนเลลอย (Le Loi) ก่อนเดินต่อไปชมอาคารยุคอาณานิคม แล้วปิดวันด้วยดินเนอร์ในร้านอาหารเวียดนามร่วมสมัยหรือบาร์ค็อกเทลวิวเมือง คุณใช้โรงแรมเป็นฐานกลางที่สะดวก กลับมาเปลี่ยนชุด พักสายตา แล้วออกไปต่อได้ทั้งวัน

สำหรับคู่รักที่มองหาทริปโรแมนติกแบบเงียบสงบ เมืองนี้ให้บรรยากาศโรแมนติกในแบบมหานคร ไม่ใช่หาดทรายหรือภูเขา ระเบียงห้องพักที่มองเห็นแม่น้ำไซ่ง่อนหรือวิวเมืองยามค่ำคืนอาจแทนพระอาทิตย์ตกดินริมทะเลได้ แต่ต้องยอมรับว่าพื้นที่สีเขียวในเมืองยังมีจำกัด เมื่อเทียบกับเชียงใหม่หรือเขาใหญ่

ครอบครัวที่มีเด็กเล็กควรชั่งน้ำหนักเรื่องการเดินเท้าและการข้ามถนน เพราะทางเท้าในบางช่วงไม่เรียบ และการจราจรหนาแน่นตลอดวัน หากต้องการทริปสบายๆ สำหรับทุกวัย เมืองชายทะเลในไทยอาจตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าครอบครัวคุ้นกับการเดินทางในเมืองใหญ่ โฮจิมินห์ซิตี้ เวียดนาม ก็ให้ประสบการณ์เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เข้มข้นในระยะเวลาไม่นาน

สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนจองโรงแรมในโฮจิมินห์ซิตี้

ทำเลในเมืองนี้สำคัญกว่าขนาดห้องพักเสียอีก ระยะทาง 2–3 กิโลเมตรในแผนที่อาจใช้เวลานานกว่าที่คิดในชั่วโมงเร่งด่วน ก่อนจองโรงแรม ลองดูตำแหน่งจริงบนแผนที่เทียบกับแลนด์มาร์กที่คุณอยากไป เช่น ตลาดเบนถั่น ถนนคนเดินเหงียนเหวียนเหงียะ หรือย่านถ่าวเดียนริมแม่น้ำไซ่ง่อน แล้วคิดเผื่อเวลาเดินทางในแต่ละวัน

สภาพแวดล้อมรอบโรงแรมก็มีผลต่อประสบการณ์พักผ่อน โรงแรมที่อยู่ติดถนนใหญ่ในเขต 1 อาจสะดวกเรื่องการเดินทาง แต่ต้องแลกกับเสียงรถและกิจกรรมบนถนนจนดึก ในขณะที่โรงแรมในซอยลึกหรือฝั่งเขต 3 จะเงียบกว่า เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับการนอนหลับเต็มอิ่มมากกว่าการเดินออกจากล็อบบี้แล้วเจอแหล่งช้อปปิ้งทันที

อีกจุดที่ควรดู คือการเดินทางจากสนามบินสู่โรงแรม สนามบินตั้งอยู่ทางเหนือของเมือง การเลือกโรงแรมในเขต 1 หรือเขต 3 มักทำให้เวลาเดินทางสมเหตุสมผลกว่า โดยเฉพาะถ้าคุณมาถึงช่วงบ่ายหรือเย็น โดยทั่วไปการนั่งแท็กซี่หรือ Grab จากสนามบินถึงเขต 1 ใช้เวลาประมาณ 25–40 นาทีในสภาพรถติดปานกลาง ค่าโดยสารมักอยู่ราว 150,000–250,000 ด่ง หรือประมาณ 220–380 บาท ส่วนโรงแรมฝั่งถ่าวเดียนให้บรรยากาศดี แต่ควรเผื่อเวลาเดินทางเข้าออกเมืองให้ชัดเจนในแผนทริปของคุณ โดยเฉพาะถ้าคุณมีตารางนัดหมายแน่น

ฤดูกาล อากาศ และจังหวะเวลาที่เหมาะสำหรับทริปเมืองนี้

อากาศของโฮจิมินห์ซิตี้ใกล้เคียงกรุงเทพฯ แต่มีฤดูฝนที่ชัดเจนกว่าเล็กน้อย ช่วงธันวาคมถึงเมษายนคือฤดูแล้ง อากาศร้อนแต่ฟ้าใส เหมาะกับการเดินเท้าและนั่งคาเฟ่กลางวัน ก่อนกลับไปพักผ่อนในโรงแรมย่านเขต 1 หรือริมแม่น้ำตอนเย็น ช่วงนี้เมืองคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะรอบเทศกาลปีใหม่และตรุษเต๊ตของเวียดนาม

ฤดูฝนตั้งแต่ประมาณพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน มักมีฝนตกหนักช่วงสั้นๆ ในตอนบ่ายหรือเย็น คล้ายฝนกรุงเทพฯ แต่บางวันน้ำอาจท่วมขังตามถนนบางสาย การเลือกโรงแรมที่เข้าถึงได้ง่ายด้วยรถยนต์ และไม่ต้องเดินเท้าระยะไกลจากจุดลงรถ จะช่วยให้ทริปสบายขึ้นมาก โดยเฉพาะถ้าคุณวางแผนใส่รองเท้าหนังหรือชุดทำงาน

สำหรับนักเดินทางไทยที่มีความยืดหยุ่นเรื่องเวลา การเลือกเดินทางในช่วงกลางสัปดาห์นอกเทศกาลใหญ่ ทำให้เมืองไม่หนาแน่นจนเกินไป คุณมีเวลานั่งจิบกาแฟริมถนนเลถั่นตนอย่างไม่รีบเร่ง ก่อนกลับไปพักในห้องที่มองเห็นสกายไลน์ของโฮจิมินห์ซิตี้ เวียดนาม แล้ววางแผนสำรวจย่านใหม่ในวันถัดไป

Ho chi minh city vietnam เหมาะกับการจองโรงแรมพรีเมียมสำหรับนักเดินทางไทยหรือไม่

สำหรับนักเดินทางไทยที่ชอบพลังงานของเมืองใหญ่ ชอบคาเฟ่ ร้านอาหาร และการเดินสำรวจย่านเก่าใหม่สลับกัน โฮจิมินห์ซิตี้ เวียดนาม เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากับการลองอย่างน้อยหนึ่งทริป เมืองนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกรีสอร์ตพักผ่อนแบบทะเลไทย แต่โดดเด่นเรื่องโรงแรมสไตล์เมือง ทำเลดี ใกล้แลนด์มาร์กและร้านอาหารคุณภาพ ก่อนจอง ควรพิจารณาเขตที่พักให้ตรงกับสไตล์การเดินทางของคุณ ระหว่างความสะดวกของเขต 1 ความสงบขึ้นเล็กน้อยของเขต 3 หรือบรรยากาศริมแม่น้ำของเขต 2 แล้วเลือกช่วงฤดูกาลที่เหมาะกับการเดินเท้าและกิจกรรมในเมือง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโฮจิมินห์ซิตี้ เวียดนาม

โฮจิมินห์ซิตี้คือเมืองเดียวกับไซ่ง่อนหรือไม่

ใช่ เมืองที่คนไทยคุ้นชื่อว่าไซ่ง่อนคือโฮจิมินห์ซิตี้ในปัจจุบัน เมืองนี้ใช้ชื่อไซ่ง่อนในช่วงก่อนปี 1976 และถูกเปลี่ยนชื่อเป็นโฮจิมินห์ซิตี้หลังจากนั้น อย่างไรก็ตาม คนท้องถิ่นยังใช้คำว่าไซ่ง่อนในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงเขตใจกลางเมืองหรือบรรยากาศเก่าแก่ของย่านดั้งเดิม

ควรไปโฮจิมินห์ซิตี้ช่วงเดือนไหนจึงจะเดินเที่ยวสบาย

ช่วงธันวาคมถึงเมษายนเหมาะที่สุดสำหรับการเดินเที่ยวในโฮจิมินห์ซิตี้ เพราะเป็นฤดูแล้ง ฝนตกน้อย ฟ้าใส อากาศร้อนแต่คาดเดาได้ง่าย นักเดินทางสามารถวางแผนเดินสำรวจย่านต่างๆ เช่น เขต 1 รอบถนนด่งคอยและตลาดเบนถั่นได้ทั้งวัน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องฝนเทลงมาแบบไม่ทันตั้งตัวเหมือนช่วงฤดูฝน

ควรเลือกพักเขตไหนถ้าไปโฮจิมินห์ซิตี้ครั้งแรก

สำหรับทริปแรก เขต 1 คือจุดเริ่มต้นที่ตรงที่สุด เพราะใกล้แลนด์มาร์กสำคัญเกือบทั้งหมด ทั้งโบสถ์น็อทร์ดาม โรงละครโอเปรา ตลาดเบนถั่น และถนนคนเดินเหงียนเหวียนเหงียะ โรงแรมในย่านนี้ช่วยให้คุณเดินถึงสถานที่หลักได้ง่าย ลดเวลาเดินทาง และเหมาะกับทริปสั้น 2–3 คืนที่ต้องการใช้เวลาให้คุ้มที่สุด

โฮจิมินห์ซิตี้เหมาะกับทริปครอบครัวหรือไม่

โฮจิมินห์ซิตี้เหมาะกับครอบครัวที่คุ้นกับการเดินทางในเมืองใหญ่ และไม่กังวลเรื่องการข้ามถนนหรือการจราจรที่หนาแน่น เมืองนี้ให้ประสบการณ์ด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอาหารที่เข้มข้น แต่ถ้าครอบครัวต้องการทริปสบายๆ สำหรับเด็กเล็กที่เน้นพื้นที่สีเขียวและกิจกรรมกลางแจ้ง เมืองท่องเที่ยวในไทยอย่างหัวหินหรือกระบี่อาจตอบโจทย์มากกว่า

โฮจิมินห์ซิตี้ต่างจากฮานอยอย่างไรสำหรับนักเดินทางไทย

โฮจิมินห์ซิตี้มีจังหวะชีวิตเร็วและบรรยากาศเมืองธุรกิจชัดเจนกว่า ฮานอยให้ความรู้สึกเมืองเก่าที่มีเสน่ห์แบบคลาสสิก ถนนแคบและอาคารโบราณหนาแน่น ในขณะที่โฮจิมินห์ซิตี้ เวียดนาม ผสมตึกสูงสมัยใหม่กับอาคารยุคอาณานิคมฝรั่งเศส และมีคาเฟ่ บาร์ และร้านอาหารร่วมสมัยให้เลือกมาก เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศมหานครเอเชียเต็มตัว

เผยแพร่เมื่อ   •   อัปเดตเมื่อ